“อนุทิน” ลั่น “ไทย” เอาจริงปราบสแกมเมอร์ ขู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้มาเที่ยวเล่น

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 ธันวาคม 2568

“อนุทิน” ลั่น “ไทย” เอาจริงปราบสแกมเมอร์ ขู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้มาเที่ยวเล่น

หนึ่งนโยบายสำคัญระดับชาติ ภายใต้การคุมบังเหียนของรัฐบาลไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” อย่างการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ หรือสแกมเมอร์ ซึ่งตรวจสอบพบอยู่บริเวณติดพรมแดนไทย และนี่อาจเป็นหนึ่งสาเหตุของจุดเริ่มต้นความขัดแย้งระหว่างชาติกับ “กัมพูชา” ที่ลุกลามมาถึงปัจจุบัน นั้น

(17 ธ.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาในร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลก เพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและเจ้าภาพจัดขึ้นร่วมกับ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) โดยมีผู้เข้าร่วม 338 คน จาก 58 ประเทศ, สหภาพยุโรป, 5 องค์การระหว่างประเทศ, ภาคประชาสังคมและภาควิชาการ ขณะที่กัมพูชาไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม

นายอนุทิน กล่าวยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของรัฐบาลไทย ในการต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (Online Scams) โดยการเข้าร่วมของผู้แทนจากหลายภูมิภาคทั่วโลกในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เพียงปัญหาในระดับภูมิภาคอีกต่อไป หากแต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน” และการรวมตัวกันของนานาประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการทำงานอย่างเป็นเอกภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

นายอนุทิน กล่าวถึงประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปคที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำหลายประเทศได้หยิบยกประเด็นปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตขึ้นมาหารืออย่างต่อเนื่อง โดยเห็นพ้องว่า ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในภูมิภาคใด หรือมีระดับการพัฒนาอย่างไร ประชาชนล้วนตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมที่อาศัยช่องว่างของระบบกฎหมายในการแสวงหาประโยชน์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้งต่อมนุษย์และระบบเศรษฐกิจโลก

“ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางร่วมกันของประชาคมโลก ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งและความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังกล่าวย้ำ ให้ความสำคัญกับการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง โดยกำหนดให้เป็นวาระสำคัญสูงสุดของรัฐบาลและเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งดำเนินมาตรการเชิงรุก อาทิ การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางและศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงโดยเฉพาะ รวมถึง ยกระดับการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อขจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการอยู่ในอาณาเขตของประเทศไทย

บทเรียนสำคัญจากการหารือในที่ประชุมครั้งนี้ คือ การดำเนินการในระดับชาติที่เข้มแข็ง จำเป็นต้องควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับนานาชาติ เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดน เคลื่อนย้ายเงินได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที และปรับตัวได้เร็วกว่าระบบในประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงเวลาที่ประชาคมโลกจะต้องยกระดับการหารือไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูล การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต

“การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลก เพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และ แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ (Bangkok Joint Statement) ที่จะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายส่งสารถึงผู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ว่า พวกเราไม่ได้มาที่กรุงเทพฯ เพื่อท่องเที่ยว แต่มาเพื่อปราบปรามพวกท่าน เราจะร่วมมือ ผนึกกำลัง และทำให้เครือข่ายของท่านต้องยุติลงในที่สุด

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว