อ.อัจฉราวดี ชู “หมอวรงค์” ชงลดผู้ช่วย สส. 3 คน ฝันร้าย “นักการเมืองน้ำเน่า”

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

16 มีนาคม 2569

อ.อัจฉราวดี ชู “หมอวรงค์” ชงลดผู้ช่วย สส. 3 คน ฝันร้าย “นักการเมืองน้ำเน่า”

ตามที่ (15 มี.ค. 69) นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พร้อมกล่าวตั้งคำถาม 3 นโยบายต่อรัฐสภา ตั้งแต่ การยกเลิกอาหารกลางวัน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึง ลดจำนวนผู้ช่วย ส.ส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน และยกเลิกบำนาญ ส.ส. จนได้รับกระแสชื่นชมจากสังคมไทยอย่างมาก ล่าสุด วิปัสสนาจารย์ ได้แสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว

วันนี้ (16 มี.ค. 69) อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล นักวิปัสสนาชื่อดัง และผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นต่อการเสนอนโยบายของ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ชี้ เป็นฝันร้ายนักการเมืองน้ำเน่า เอื้อประโยชน์คอร์รัปชัน เป็นหนังตัวตื่นทางศีลธรรม ช่วยรักษาผลประโยชน์ของชาติ พร้อมย้ำชัด คนไทยต้องการการเมืองใหม่

โพสต์ระบุว่า

คนไทยต้องการ”การเมืองใหม่”

ข่าวและโพสต์ข้อเสนอของหมอวรงค์ ได้กลายเป็นฝันร้ายของนักการเมืองน้ำเน่า ที่เล่นการเมืองแบบเก่าๆ เอื้อประโยชน์ คอรัปชั่นเชิงนโยบาย ฮั้ว ไม่เห็นหัวและไม่ฟังเสียงคัดค้านของประชาชน

เรื่องที่หมอวรงค์เสนอ เป็นหนังตัวถึงการตื่นทางศีลธรรม ที่คนในชาติต่างลุกขึ้นมาทำหน้าที่พลเมือง ปกป้องความถูกต้องและช่วยรักษาผลประโยชน์ของชาติ

กรณีส.ส.มีผู้ช่วย 8 คน เห็นได้ชัดว่า เป็นการออกแบบระบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บรรดานักการเมือง ผู้ที่เห็นแก่ประโยชน์ของชาติอย่างจริงจังย่อมต้องท้วงติง ไม่ปล่อยให้เอาภาษีของชาติมาละลายเช่นนี้

ข่าวนี้ได้กลายเป็นกระแสเห็นได้ในเพจข่าว และแทบทุกเพจที่ติดตามเรื่องบ้านเมือง

จริงอยู่ที่การนำเสนอเรื่องนี้อาจผิดจังหวะ เพราะอยู่ในระหว่างการเลือกประธานและรองประธานสภา แต่แรงกระเพื่อมจากการเสนอแนวคิดเพียง 1.20 นาที กลายเป็นหนังตัวอย่างให้นักการเมืองได้รู้ว่า คนไทยคาดหวังความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขนาดไหน

หากยังคิดทำการเมืองแบบเดิมๆ มุ่งสืบทอดอำนาจ เอาเงินภาษีมาผลาญผลลัพธ์ที่ได้จะสยดสยอง ไม่ต่างกับที่ทักษิณส่งอุ๊งอิ๊งผู้ไร้ความสามารถและวุฒิภาวะ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

ศีลธรรมมีอยู่ในทุกมิติของชีวิตเพราะอยู่ที่จิตสำนึก

ปวงชนส่งเสียงเตือนแล้ว โปรดอย่าท้าทายระบบศีลธรรม

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล

16 มีนาคม 2569

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล


ขณะเดียวกัน รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ชื่นชม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ตั้งใจเลือกอภิปรายในวันเลือกประธานสภา ที่มีคนดูถ่ายทอดสดจำนวนมาก สื่อเรื่องสำคัญที่ควรจะสื่อให้ประชาชนรู้ ชี้ หมอวรงค์ทำสำเร็จแล้ว คนแชร์มากมาย ส่วนใหญ่ไม่มีใครไม่เห็นด้วย

โพสต์ระบุว่า

แรกทีเดียวที่ได้ฟัง ยังคิดว่าคุณหมอวรงค์ไม่รู้ได้อย่างไรว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเป็นวาระการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาอีก 2 คน ไม่ควรตั้งกระทู้ถามเรื่องอื่นๆ ซึ่งคุณหมอวรงค์ลุกขึ้นอภิปราย 3 เรื่อง หนึ่งคือ ส.ส.มีเงินเดือนสูงแล้ว ควรซื้ออาหารกลางวันรับประทานเองแทนที่จะให้รัฐสภาจัดให้ฟรี สองคือ จำนวนผู้ช่วยส.ส.เงินเดือนคนละ 18,000 บาท ที่ให้ถึง 8 คน ควรลดลงเหลือ 3 คนก็พอ และสาม กองทุนบำนาญส.ส.ที่เป็นส.ส.สมัยเดียว ได้บำนาญไปตลอดชีวิต เหมาะสมแล้วหรือไม่

แน่นอน พอเริ่มอภิปราย ก็มีคนประท้วงทันที ต้องขอชื่นชมที่คุณไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ประธานชั่วคราวยอมให้คุณหมอวรงค์อภิปรายจนจบ โดยบอกว่า จะรอให้อภิปรายจนจบ แต่ไม่ได้ให้มีการอภิปรายทั่วไปต่อในสภา ซึ่งการตัดสินใจเช่นนี้ เป็นการเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง คือยอมให้คุณหมอวรงค์พูดจนจบ แต่ไม่ได้อนุญาตให้อภิปรายต่อ

หลังจากมาคิดดูอีกครั้ง จึงได้ถึงบางอ้อว่า คุณหมอวรงค์คงตั้งใจใช้โอกาสการเลือกประธานสภา ซึ่งมีคนดูการถ่ายทอดสดเป็นจำนวนมาก สื่อเรื่องสำคัญที่ควรจะสื่อให้ประชาชนได้ตระหนัก และขอบอกว่า คุณหมอวรงค์ทำสำเร็จแล้ว เพราะมีการนำคลิปการอภิปรายของคุณหมอวรงค์ไปแชร์กันอย่างมากมาย ที่สำคัญคือ เท่าที่ตามดู ไม่มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณหมอวรงค์เลยแม้แต่คนเดียว

เรามาตามดูกันต่อไปว่า ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา จะมีใครบ้างจากพรรคใดบ้าง ที่จะช่วยกันดำเนินเรื่องนี้ต่อ อยากดูว่า การที่พวกคุณชอบว่าคนอื่นว่า “สิ้นเปลืองภาษีของประชาชน” จะนำมาใช้กับตัวพวกคุณเองหรือไม่ หรือว่า คิดว่าพวกคุณสมควรได้รับสิทธิ์เช่นนี้ เพราะมาจากการเลือกตั้งของ “ประชาชน”

เขื่อว่าคุณหมอวรงค์จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ จึงขอเรียกร้องให้ทุกๆคน อย่าได้ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปเป็นอันขาด เรามาเรียกร้องกันให้มากที่สุด บ่อยที่สุด จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

ดูกันครับ ว่าบรรดาส.ส.ที่เราเลือกพวกเขาเข้ามา จะยังตีลูกเฉยแบบเนียนๆต่อไปได้อีกนานเท่าใด

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr