“อนุทิน” นำแถลงนโยบายรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาวิกฤติไทยแบบเร่งด่วน 5 ด้าน
แมงปอ อีจัน
29 กันยายน 2568

เริ่มแล้ว ! อนุทิน นำแถลงนโยบายรัฐบาล กับการแก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน
วันนี้ (29 ก.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายรัฐบาล ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนายอนุทินกล่าวว่า การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ยึดมั่นในหลักการ 3 ประการ ได้แก่
1.พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนหลักของธรรมาภิบาล เพื่อพี่น้องประชาชน

ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดนโยบาย แก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ด้านต่างๆ ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ
1.สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้ประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ ค่าพลังงาน ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าโดยสาร ค่าผ่านทาง เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดย “จัดทำโครงการคนละครึ่ง” รวมถึงจัดการสินค้าเกษตรให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม สร้างโอกาส สร้างรายได้ในการแข่งขันแก่ผู้ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชนในท้องถิ่นให้มั่นคงแข็งแรง มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดีจิทัล ในการเรียนรู้ทักษาะใหม่ เพิ่มทักษะ และสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าในภาคครัวเรือนและกิจกรรมทางการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มพลังงานสีเขียว
2.แก้ปัญหาหนี้สิน และเพิ่มสถานภาพคล่องบนพื้นฐานความเสี่ยงที่เป็นธรรม
2.1 หนี้ภาคประชาชน ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคล ในระบบรายละไม่เกิน 100,000 บาท
2.2 เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ควบคู่กับการสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ลูกหนี้ที่มีวินัยชำระหนี้สม่ำเสมอ
3.เพิ่มโอกาสการออมของประชาชนรายย่อย ให้ประชาชนมีสิทธิ์ซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพื่อสร้างรายได้จากดอกเบี้ย และพัฒนาสลากเพื่อการออม โดยกันเงินที่ผู้ซื้อสลากที่ไม่ถูกรางวัลให้มีเงินออมจากเงินที่กันไว้
4.ฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว เน้นการสร้างความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ปราบปรามการฉ้อโกงและหลอกลวงนักท่องเที่ยว ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเมืองรอง จูงใจเอกชนในการปรับปรุงแหล่งที่พักและท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้พำนักในไทยมากขึ้น และเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวนักท่องเที่ยวมากขึ้น
5.เร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า
5.1 จัดตั้งทีมไทยแลนด์ประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนการค้าไทย เพื่อยกระดับการค้าเสรีกับคู่ค้าเดิม และดำเนินการเชิงรุกในการเปิดตลาดใหม่เพิ่มขึ้น ผลักดันไทยให้เป็นสมาชิกองค์กรในความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
5.2 ดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME และเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการภาษีของสหรัฐอเมริกา
5.3 สร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขันในปัจจุบันและอนาคต โดยปรับปรุงกฏระเบียบและขั้นตอนการอนุญาต ให้สะดวกโปร่งใส และเป็นมิตรต่อผู้ประกอบการ

ด้านความมั่นคง
6.เร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้พี่น้องชายแดนโดยเร็ว และรักษาอธิปไตยและเขตแดนที่เป็นของไทยโดยชอบธรรม ยุติความขัดแย้งผ่านการเจรจาทางการทูตที่เหมาะสม ควบคู่กับการปกป้องผืนแผ่นดินอย่างเข้มแข็ง
7.เร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน คู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม
ด้านสังคม
8.ปราบปรามการพนันผิดกฏหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ไม่สนับสนุนให้มีการประกอบธุรกิจการพนันทุกชนิดให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฏหมาย ไม่สนับสนุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รวมถึงการพนันในรูปแบบกีฬา และจะแก้ไขกฏหมายเกี่ยวกับการพนัน เพื่อควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นพนันให้ได้มากที่สุด
9.รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด ให้การกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐในกรณีเหล่านี้ ผิดวินัยร้ายแรง
9.1 การละเว้นการใช้กฏหมายในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การพนันออนไลน์อาชญากรรมไซเบอร์และหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ
9.2 การใช้กฏหมายในเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
10.ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาประเทศ
11.พิทักษ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น โดยดำเนินมาตรการป้องกันและขจัดการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น
ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
12.เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เยียวยาและฟื้นฟูให้ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน อนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
13.ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ โดยประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ในปี พ.ศ.2593 เพื่อรับมือการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
13.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ในชุมชนและหน่วยงานของรัฐ ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ ลดการใช้พลังงานโดยพาะในภาคอุตสาหกรรม
13.2 พัฒนายกระดับวิถีเกษตรกร ไปสู่เกษตรกรยุคใหม่ เน้นการป้องกันและลดการเผาในภาคการเกษตร เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5
13.3 จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากล และผลักดันกฏหมายสิ่งแวดล้อมให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
ด้านการบริหารภาครัฐ และการปฏิรูปกฎหมาย
14.เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบควบคู่กับการผลักดันการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ และเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับการบริหารภาครัฐให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและประชาชน บูรณาการการ่วมงานอย่างแท้จริงในการจัดการภาวะวิกฤติอย่างเป็นระบบ
15. เร่งรัดการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ โดยยกเลิกกฏหมายที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ริเริ่มเสนอกฏหมายที่เกี่ยวกับเศราฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ผลักดันการปรับปรุงกฏหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนโยบายสำคัญ เพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้าข้างต้น รัฐบาลจะดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะผลักดันทั้ง 6 ด้าน อาทิ การดำเนินการให้คนไทยเข้าถึงสิทธิการศึกษา และระบบสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม ผลักดันกฎหมายปฏิรูปการศึกษา ใช้สื่อปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีของคนในสังคม พัฒนาสาธารณสุขให้มีคุณภาพควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างเสริมสุขภาพ วางรากฐานปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่การสร้างมูลค่า ยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทย ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของอาหาร ยกระดับ SME ให้เท่าทันระดับโลก การผลักดันกฎหมายสำคัญรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการพัฒนาประเทศควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ การสืบสานโครงการพระราชดำริ เป็นต้น
นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะบริหารราชการแผ่นดินและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อนำพาประเทศไทยให้เดินไปข้างหน้าอย่างเต็มความสามารถ



