“โรม” เปิดรายงาน “จเรตำรวจ” แฉขบวนการ ตร. ช่วย สว.ทรงเอ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

21 พฤษภาคม 2568

“โรม” เปิดรายงาน “จเรตำรวจ” แฉขบวนการ ตร. ช่วย สว.ทรงเอ

(20 พ.ค. 68) นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล เปิดรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจ ซึ่งพบว่ามีขบวนการเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นเพื่อช่วยเหลือ สว. ทรงเอ ให้รอดพ้นจากคดี โดยต่อเนื่องจากโพสต์กล่าวชื่นชมการทำงานของสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ที่มีคำสั่งพิพากษาลงโทษ 3 ผู้พิพากษา ที่เกี่ยวข้องกับคดี สว.ทรงเอ เมื่อไม่นานมานี้

โพสต์ระบุว่า

ต่อเนื่อง (ยาวหน่อย แต่ผมอยากให้อ่านให้จบ เพราะมันคือมุมมืดที่ทุเรศอย่างที่สุดที่เกิดขึ้นในองค์กรตำรวจไทยที่ยังไม่มีใครต้องรับผิดชอบ) จากกรณีที่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) มีมติผู้พิพากษาที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงการเพิกถอนหมายจับ สว.ทรงเอ ออกจากราชการ นั้น ผมได้รับรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจที่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ว่ามีตำรวจนายใดบ้าง เข้าไปเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นเพื่อช่วยเหลือ สว. ทรงเอ ให้รอดพ้นจากคดี

ข้อความต่อนี้ไป ผมก็อยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี และบิ๊กต่าย ผบ.ตร. องค์กรตำรวจของท่านมันเละเทะอย่างไร

ตามรายงาน 67 หน้าของจเรตำรวจสมัย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ (อันนี้ต้องชื่นชมว่าได้ทำหน้าที่ในการสร้างความกระจ่างเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา) พบว่ามีตำรวจระดับสูงหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงคดีทุนมินหลัดและ สว. ทรงเอ

อันนี้ปรากฎตามรายงานของจเรนะครับ ในหน้า 2

“… พ.ต.ท. มานะพงษ์ กับพวก…ได้ทำการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งสิ้น 4 คน… จากนั้นได้โทรศัพท์รายงาน พล.ต.ต.นพศิลป์ ทราบ ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่กำลังซักถามพูดคุยกับนายทุน มิน หลัด ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.ต.ต. นพศิลป์ และได้รับแจ้งว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในขณะนั้น กล่าวว่า พ.ต.ท. มานะพงษ์ฯ เข้าใจผิดว่าเครือข่ายของนายทุน มิน หลัด เป็นเครือข่ายยาเสพติดและการฟอกเงิน แต่นายทุน มิน หลัด และพวกทำธุรกิจโดยสุจริต…” => พล.ต.อ.สุวัฒน์รู้ได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้ทำคดีเอง?

“…พล.ต.ต.นพศิลป์ฯ ได้เรียก พ.ต.ท. มาระพงษ์ฯ ไปพบที่ห้องทำงานพร้อมพยานหลักฐาน เมื่อไปพบ พล.ต.ต.นพศิลป์ฯ ได้ยืนยันอีกครั้งว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ สั่งการให้ตรวจสอบพยานหลักฐานหนักแน่นหรือไม่…ทราบว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ สั่งการให้ พล.ต.ต.สันติฯ มาตรวจสอบพยานหลักฐาน เนื่องจากเชื่อว่า เครือข่ายของนายทุนมินหลัด ไม่ได้กระทำความผิด…”

“พ.ต.ท. มานะพงษ์ฯ ได้รับทราบจาก พ.ต.อ. กฤศณัฏฐ์ ว่า นาย ขอให้หยุดดำเนินคดีกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป…จากสอบถามในภายหลัง นาย ที่ พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ฯ กล่าวถึงคือ พล.ต.ต. นพศิลป์ฯ”

เอาแค่ หน้าที่ 2 ของรายงานของเจรที่สอบในเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า มีตัวละคร 2 คนหลักๆที่เข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่นคือ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ เข้ามาเกี่ยวข้อง และแปลกมากๆที่มาทำหน้าที่ช่วยรับประกันแทนผู้ต้องหาและเครือข่ายในเวลานั้น นอกจากนี้มีการใช้อำนาจในการสั่งการให้ยุติดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป จะมีก็เฉพาะบุคคลตามหมายจับเท่านั้นที่ให้ทำคดีต่อไปได้ นั่นหมายความว่า บุคคลที่ยังไม่ออกหมายจับ ในเวลานั้น คือ สว. ทรงเอ จะไม่ถูกดำเนินคดีนั่นเองตามความหมายของคำสั่งใช่หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถูกยืนยันผ่านการโทรไปซักถาม ของ พล.ต.ต.นพศิลป์ฯ ต่อ พ.ต.ท.มานะพงษ์ฯ ในวันที่ 18 กันยายน 2565 เวลากลางคืน ว่า เหตุใดถึงมีการซักถามพาดพิงไปถึงนายอุปกิตฯ “ไหนว่าเราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ขยายผลต่อ” => แทรกแซงการทำคดีอย่างชัดเจน ใครได้ประโยชน์?

เรื่องนี้ยิ่งพัวพันไปไกล เมื่อพบว่า อาจจะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ สว. ทรงเอ ที่ไม่ใช่แค่ พล.ต.อ. สุวัฒน์ฯ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพบก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อยู่ในเอกสารที่เป็นพยานหลักฐานที่นายทุนมินหลัดได้เซ็นรับรองเอาไว้ โดยเมื่อ พล.ต.ต.นพศิลป์ทราบเรื่องได้มีการสั่งการให้ พ.ต.ท.มานะพงษ์ฯดึงเอกสารดังกล่าวออกจากสำนวน แต่ทาง พ.ต.ท.มานะพงษ์ฯ ปฏิเสธที่จะทำตาม ทั้งนี้ “พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ได้ให้ดำเนินการดึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตนเองออก” นอกจากนี้ในเอกสารายงานของจเรหน้า 12 ยังระบุว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ได้กล่าวต่อ พล.ต.ต.นพศิลป์ฯว่า “อะไรที่ทำให้พวกเราเดือดร้อนให้เอาออก”

“…พ.ต.ท.มานะพงษ์ฯได้ทราบจากว่าที่ พ.ต.ต. ทีปกรฯ ว่า พล.ต.อ. สุวัฒน์ฯ ได้สั่งการให้ดึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนวนประมาณ 10-20 แผ่นออกที่ห้อง ผบช.ปส. โดยภายในห้องมีเพียงแค่ 3 คน ได้แก่ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.นพศิลป์ฯ และว่าที่ พ.ต.ต.ทีปกรฯ…” นอกจากนี้ยังปรากฎว่า “…ขณะที่นำตัวผู้ถูกจับทั้งสี่คนไปส่งที่ห้อง ผบช.ปส. ได้พบว่านายอุปกิตฯและพวกนั่งอยู่ที่ห้องรับรองของ ผบช.ปส. อยู่ก่อนแล้ว…” และอย่างที่เราทุกคนทราบกันว่า ในภายหลังได้มีการขอออกหมายจับนายอุปกิต ซึ่งในตอนแรกศาลออกให้ แต่ในวันเดียวกันห่างกันไม่กี่ชั่วโมงก็ปรากฎว่ามีการถอนหมายจับ โดยผู้พิพากษาที่มีบทบาทอย่างสำคัญต่อเรื่องนี้คือ นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดี ผู้พิพากษาศาลอาญา และอย่างที่เราทราบกันว่าวันนี้ กต. มีมติให้ผู้พิพากษาท่านนี้ออกจากราชการ

โดยรายงานฉบับนี้ของจเรได้สรุปผลการทำรายงานเอาไว้ในหน้า 59 ซึ่งเป็นประเด็นการแทรกแซงการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของอดีตผู้บังคับบัญชาและนายตำรวจระดับสูงของ ตร. โดยชี้ว่า คณะกรรมการฯได้ประชุมปรึกษากันอย่างละเอียดรอบคอบและเป็นธรรมแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ในประเด็นนี้ว่า กรณีเป็นที่สงสัยว่า พล.ต.ต.นพศิลป์ พล.ต.ต.ธีรเดชฯ พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ พล.ต.ท.สรายุทธฯ และว่าที่ พ.ต.ต.ทีปกรฯ กระทำผิดวินัย เห็นควรดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการตำรวจดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ต่อไป

จริงๆยังมีอีกหลายประเด็นที่ที่ชี้ให้เห็นว่ามีตำรวจอีกหลายคนที่กระทำการผิดวินัย มากไปกว่านั้น ถ้าดำเนินคดีกันอย่างตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความผิดทางวินัยเท่านั้น แต่ต้องมีความผิดทางอาญาตามมาด้วย และแน่นอนอายุความในคดีอายายังมีอยู่..

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้ สำหรับผมแล้ว มันสะท้อนถึงการทุจริตคอรัปชั่น ที่เกิดขึ้นในองค์กรตำรวจ และองค์กรยุติธรรมอีกหลายๆองค์กร นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม เราถึงปราบยาเสพติดไม่ได้ เราปราบทุนสีเทาไม่ได้ เพราะวันนี้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองล้วนเป็นคนเทาๆแทบทั้งสิ้น ลองคิดดู ในรายงานของจเรชิ้นนี้ ระบุถึงขนาดว่า นับตั้งแต่ พ.ต.ท.มานะพงษ์ฯมาดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2561-2565 มีการจับกุมผุ้กระทำความผิดยาเสพติดประมาณ 100 คน ยึดยาเสพติดอย่างยาบ้าได้ประมาณ 80 ล้านเม็ด ไอซ์ 4 ตัน ทรัพย์สินเกี่ยวเนื่องยาเสพติดประมาณ 2000 ล้านบาท คนที่ทำผลงานได้ขนาดนี้ กลับถูกย้าย ถูกแทรกแซงการทำงาน จนตอนนี้เครือข่าย สว. ทรงเอ ไม่ได้มีการขยายผลต่อ ใครคือ อดีต ผบ.ทบ. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รับเงินยาเสพติดไปใช้ในรายวันหรือไม่ ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการดำเนินคดี ตำรวจดีๆ ถูกกลั่นแกล้ง ตำรวจชั่วๆกลับได้ดี เรื่องนี้อาจจะผ่านมาพอสมควรแล้ว แต่เรากลับไม่เห็นความคืบหน้าอะไรของการปัดกวาดองค์กรตำรวจเลย ตำรวจยศสูงตามรายงานของจเรยังคงโบยบินอยู่เหนือการตรวจสอบ

ผมอยากให้ท่านนายกมาจัดการเรื่องนี้ ผมอยากให้บิ๊กต่ายดำเนินการตามกฎหมาย แล้วอย่าอ้างว่าไม่รู้ เพราะ รายงานนี้ต้องอยู่ในมือของท่านแล้ว

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Rangsiman Rome – รังสิมันต์ โรม