“ไอซ์ รักชนก” ฟาดรัฐบาล ปม TH AI Passport สงสัย ชาติอื่นดีลบริษัท AI ตรง แต่ไทยดีลเอกชน ล็อคสเปคเอื้อใคร ?

“ไอซ์ รักชนก” ฟาดรัฐบาล ตอบไม่ตรงคำถาม ปม TH AI Passport สงสัย “ลดค่าครองชีพ” เกี่ยวอะไรกับ DE คาใจ ชาติอื่นดีลบริษัท AI โดยตรง แต่ไทยดีลผ่านเอกชน จี้ “ไชยชนก” เคลียร์ให้ชัด ล็อคสเปคเอื้อใครกันแน่ ?

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนหน้าการเมืองไทย กับโครงการที่รัฐบาลเตรียมผุดขึ้นใหม่อย่าง TH-AI Passport ภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงดิจิทัลฯ แจกสิทธิการใช้งาน AI Pro ให้ประชาชนฟรี 5 ล้านคน กระทั่ง ตัวแทนฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสงสัย ก่อนที่ รองโฆษกรัฐบาล จะออกมาตอบโต้ นั้น ล่าสุด ไอซ์ รักชนก ได้แสดงความเห็นอีกครั้งแล้ว

(27 พ.ค. 69) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อัดคลิปวิดีโอร่ายยาวตอบโต้ประเด็นที่ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อโครงการ “TH AI Passport” ว่าไม่ใช่แอปขยะยุคเก่า และย้ำว่าเป็นแพลตฟอร์มกลาง ที่รวบรวมเครื่องมือ AI ระดับโลก

น.ส.รักชนก กล่าวว่า มี 5 ประเด็นที่พี่น้องประชาชนควรทราบคือ 1. ดิฉันไม่เคยพูดว่า AI คือแอปพลิเคชัน หรือเหมือนกับแอปฯ สิ่งที่ฉันตั้งข้อสังเกตคือ AI กำลังจะกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ หรือกลายเป็นรหัสกดเงินที่หน่วยภาครัฐต่าง ๆ จะเขียนคำของบประมาณขึ้นมา และบอกว่าเป็นโครงการที่เกี่ยวกับ AI เพื่อขอใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะเวลาที่อะไรเป็นเทรนด์โลก หน่วยงานภาครัฐจะแห่ขอเงินไปทำสิ่งนั้น อาทิ ขอเงินทำแอปพลิเคชัน ซึ่งไม่ได้ประเมินเลยว่าทำมาจะมีคนใช้หรือไม่ สุดท้ายแอปฯ เต็มไปหมด และเปลืองงบประมาณภาครัฐ

“ดิฉันไม่แน่ใจว่า ท่านรองโฆษกฯ สักแต่จะอ่านในสิ่งที่เขาเขียนมาเพื่อให้ตอบโต้ดิฉันหรือไม่ คราวหน้าลองฟังด้วยตัวเอง คิด วิเคราะห์ แยกแยะด้วยตัวเอง จะได้ไม่หลงประเด็น” น.ส.รักชนก กล่าว

ประเด็นที่ 2 ที่รองโฆษกฯ บอกว่าโครงการนี้จะเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้ประเทศนี้ น.ส.รักชนก กล่าวว่า คำว่าโครงสร้างพื้นฐาน คืออะไรที่สร้างแล้วจะอยู่เป็นรากฐานของสิ่งนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่โครงการนี้ คือการซื้อ AI Pro มาแจกให้คน 5 ล้านคนใช้ใน 1 ปี พอใช้เสร็จแล้วมันจะหายไป เงิน 1,600 ล้านบาทจะหายไป โดยที่ไม่ได้ทิ้งโครงสร้างพื้นฐานอะไรให้ประเทศนี้เลย

“ก่อนที่ท่านจะพูดคำว่าโครงสร้างพื้นฐานออกมาเนี่ย เข้าใจหรือไม่ว่าแปลว่าอะไร” น.ส.รักชนก กล่าว

ประเด็นที่ 3 จะช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ดิฉันขอถามกลับว่า การลดค่าครองชีพ มันกลายเป็นภารกิจของกระทรวงดิจิทัลฯ หรือกองทุนดีอีตั้งแต่เมื่อไหร่ ดิฉันเข้าใจมาตลอดว่า ภารกิจของกระทรวงฯ คือการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและกำกับดูแลความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ ไม่แน่ใจว่าการลดรายจ่าย กลายมาเป็นภารกิจหลักของกระทรวงฯ และกองทุนตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมตัวเลขต้องแจก 5 ล้านคน ซึ่งไม่ได้มีฐานคิดทางวิทยาศาสตร์มารองรับเลยว่า จะแจกให้กลุ่มไหนเฉพาะเจาะจง

ประเทศอื่นเขาก็แจก แต่ไม่ได้แจกมั่วซั่ว ยกตัวอย่าง ประเทศไอซ์แลนด์ แจกให้บุคลากรด้านการศึกษา ประเทศกรีซ แจกให้เด็กมัธยมและบริษัทสตาร์ทอัพ ประเทศเอสโตเนีย แจกให้กับโรงเรียนมัธยม และที่สำคัญทุกประเทศที่แจก AI ให้กับประชาชน รัฐบาลนั้นจะดีลตรงกับบริษัท AI ด้วยตัวเอง แต่ประเทศเราดีลผ่านเอกชน ดิฉันเลยตั้งคำถามว่า มันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนหรือไม่ เพราะฐานคิดของตัวเลข 5 ล้านมาจากไหน ทุกท่านทราบไหมคะ เจ้าหน้าที่บอกว่า ก็เงินในกองทุนฯ มันเหลือเท่านี้เลยแจกให้ 5 ล้านคน แปลว่าถ้าเงินเหลือมากกว่านี้ เขาก็จะแจกมากกว่านี้ ดังนั้นตัวเลขนี้ ไม่ได้มีฐานคิดทางวิทยาศาสตร์มารองรับเลย มีเงินแค่ไหนก็จะใช้ให้หมดเท่านั้นเอง

จากนั้น น.ส. รักชนก (เปิดสไลด์) พร้อมกล่าวว่า วิธีของเขาเรียบง่ายมาก เรียกได้ว่าอาจจะไม่ต้องใช้สมอง หรือออกแนวชุ่ย คือถ้าประชาชน 5 ล้านคน ซื้อ AI Pro มาใช้ 1 ปี จะต้องจ่ายเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท แต่ภาครัฐจ่ายแค่ 1,600 ล้านบาท แปลว่าประหยัดเงินให้ประชาชนได้ 3 หมื่นกว่าล้าน เดี๋ยวนะ แล้วทำไมคุณไม่คิดว่า 5 ล้านคนเขาจะใช้ AI ฟรี

“ถ้าจะใช้ฐานคิดนี้ เอาใครไปเป็นรัฐมนตรี เอาใครไปเป็นรัฐบาลก็ได้ แล้วบอกว่าถ้าเป็น จะแจก AI ให้ 10 ล้านคนเลย ประหยัดได้แสนล้าน ถ้าใช้ความคิดนี้นะ” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวว่า ประเด็นสุดท้ายที่รองโฆษกฯ อาจจะไม่ได้ตอกหน้าดิฉันกลับมา เพราะท่านอาจจะตอบไม่ได้คือ TOR มีการล็อคสเปค ทุก ๆ โครงการภาครัฐที่จะไซฟ่อนเงินต่าง ๆ ออกไปเข้ากระเป๋าใครคนหนึ่ง มันจะเขียนคำโปรยให้ดูดีทั้งนั้น แต่ปีศาจอยู่ในรายละเอียด

โครงการนี้ฟังดูดีค่ะ ใครลงทะเบียนโครงการนี้ก่อนก็ได้ใช้ก่อน แต่รัฐบาลเก็บข้อมูลของทุกคนที่ลงทะเบียนและใช้งาน ท่านเสิร์ชค้นหาข้อมูลรัฐบาลรู้ได้หมด สามารถจับตาดุได้หมดว่าหาข้อมูลอะไรแล้วนำไปวิเคราะห์ต่อได้

โดยปกติแล้วโครงการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ จะใช้ Engagement หรือยอดเข้าถึงเป็นตัวตั้ง แต่โครงการนี้บอกว่า ฉันจะให้บริษัทที่มีจอทั่วประเทศ ต้องมีบิลบอร์ดตามเมืองใหญ่ไม่ต่ำกว่า 400 จุด และต้องมีจอในร้านสะดวกซื้อไม่ต่ำกว่า 1,500 สาขา 6,000 จุด ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่ทำเหมือนที่ประเทศอื่น ที่รัฐบาลดีลตรงบริษัท AI ด้วยตัวเอง แต่โครงการนี้มันมีการล็อคสเปค ดิฉันเลยไม่แน่ใจว่า คนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน 5 ล้านคน หรือบริษัทเอกชนที่จะฟาดโครงการ 1,600 ล้านบาทกันแน่

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก