ภูมิธรรม อนุมัติต่างด้าว “กัมพูชา” อยู่ไทยต่อได้ 6 เดือน
บวรวัฒน์ อีจัน
14 สิงหาคม 2568

(13 ส.ค. 68) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาซึ่งได้รับอนุญาตให้ทํางานในราชอาณาจักร ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568

โดยที่ประเทศไทยและประเทศต้นทางของคนต่างด้าวซึ่งมีสัญชาติกัมพูชาได้ยกระดับมาตรการ ควบคุมการผ่านแดนในทุกจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นเหตุให้คนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชาซึ่งได้รับอนุญาตให้ทํางานในราชอาณาจักรในลักษณะไป – กลับ หรือตามฤดูกาลบริเวณ ชายแดนตามมาตรา ๖๔ แห่งพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ครบวาระการจ้างงานหรือการอนุญาตให้พํานักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด แต่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ สมควรให้คนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักร และทํางานต่อไปได้ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 87/2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติม ผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตํารวจ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช 2557 และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
1. คนต่างด้าวซึ่งได้รับการยกเว้นให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทํางาน ตามประกาศนี้ หมายถึง คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาซึ่งถือบัตรผ่านแดนตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ทั้งที่ยังไม่หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทํางานในราชอาณาจักรตามมาตรา 64 แห่งพระราชกําหนด การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และการอนุญาตให้พํานักในเขตพื้นที่ชายแดน ที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุดลงตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2568 แต่ไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อเดินทางกลับเข้ามาใหม่ได้
2. ให้คนต่างด้าวตามข้อ 1 อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อการทำงานต่อไปได้อีก เป็นระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือจนกว่ามาตรการควบคุมการผ่านแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ ตามแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อนให้คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหนึ่ง รายงานตัวต่อเจ้าพนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองครั้งแรกภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้น ให้รายงานตัวทุกสามสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของระยะเวลาที่กําหนดให้รายงานตัวครั้งก่อน โดยอาจรายงานตัวล่วงหน้าก่อนครบกําหนดสามสิบวันได้ไม่เกินเจ็ดวัน

หลักเกณฑ์และวิธีการรายงานตัวให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมืองกําหนด
3. มิให้นํามาตรา 12 (10) และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และคําสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ 1/2558 เรื่อง การไม่อนุญาต ให้คนต่างด้าวบางจําพวกเข้ามาในราชอาณาจักร ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 มาใช้บังคับ แก่คนต่างด้าวตามประกาศนี้
4. เมื่อสิ้นสุดการอนุญาตหรือการอนุญาตเป็นอันสิ้นผลตามข้อ 2 วรรคหนึ่ง ให้คนต่างด้าวดังกล่าว อยู่ในราชอาณาจักรได้อีกเจ็ดวันเพื่อเตรียมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
5. การยกเว้นให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทํางาน ตามประกาศนี้เป็นอันสิ้นผลก่อนครบระยะเวลาตามข้อ 2 เมื่อเกิดกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) คนต่างด้าวต้องโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิดซึ่งได้กระทํา โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(2) มาตรการควบคุมการผ่านแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ
(3) คนต่างด้าวไม่ดําเนินการตามประกาศนี้
(4) คนต่างด้าวเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
(5) การอนุญาตให้ทํางานสิ้นสุดลงตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้ คนต่างด้าวทํางานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สําหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ซึ่งได้รับอนุญาต ให้เข้ามาทํางานในราชอาณาจักรตามมาตรา 64 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป
ภูมิธรรม เวชยชัย
รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน
นายกรัฐมนตรี
ภูมิธรรม เวชยชัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

