นายกฯ ยันใช้งบฯดิจิทัลวอลเล็ตคุ้ม กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง
ต้นกุมภาฯ อีจัน
20 มิถุนายน 2567

วันนี้ (20 มิ.ย.67) เวลา 09.40 น. ณ อาคารรัฐสภา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วันแรก โดยการอภิปรายของฝ่ายค้านยังมีข้อกังขาการใช้งบประมาณโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นั้น

นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนได้ชี้แจงไปแล้ว คิดว่าเป็นข้อกังขามากกว่าว่าดิจิทัลวอลเล็ตจะมาช่วยเสริมเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งเงินจะเข้าระบบ 5 แสนล้านบาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค อยากให้ใช้ตามพื้นที่บัตรประชาชน และเชื่อว่าอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีทั้งหลายจะมีการเร่งการผลิต เพื่อรองรับการใช้งบฯนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน โครงการดิจิทัลวอลเล็ตถูกมองใช้งบประมาณสูงจะเป็นภาระของรัฐบาลหลังปี 2570 นายเศรษฐากล่าวว่า ตรงนี้ต้องมีการทำให้สมดุล ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ก่อนที่นโยบายอื่น ๆ จะเริ่มออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการลงทุนข้ามชาติ จากการจ้างงาน ยกระดับอุตสาหกรรมไทยขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง และระหว่างนี้ หากดิจิทัลวอลเล็ตมาช่วยจะทำให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศสนับสนุนให้จีดีพีโตขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รอรับได้เลย! นายกเศรษฐาฯ มั่นใจปลายปี’67 ได้ใช้ “ดิจิทัลวอลเล็ต” แน่
“ส่วนที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศมองว่าดิจิทัลวอลเล็ตไม่ควรหว่านแจกให้ทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องไม่จำเป็น เรื่องนี้ถือเป็นความเห็นต่างที่จะต้องพูดคุยกันต่อไป”นายเศรษฐา กล่าว
เมื่อถามถึงกรณี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่างบประมาณปี 2568 จะผ่านวาระ 1 แต่พอวาระ 3 อาจมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งนายกฯ ไม่อยู่ในตำแหน่ง และเรื่องอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ
“เรื่องกังวลมันก็มี แต่ต้องให้เกียรติทุกคน โดยเฉพาะภาคนิติบัญญัติที่มีความไม่สบายใจ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องคอยต่อไป ส่วนเรื่องจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ก็ต้องว่าไปตามกลไกต่อไป รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบ”นายเศรษฐา กล่าว
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงถึงเรื่องการนำเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ มาใช้ในโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขณะนี้ยังไม่ได้มีการส่งให้ทางสำนักกฤษฎีกา เพื่อถามความเห็น และอาจจะไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม นายเศรษฐาระบุว่า “ตนเชื่อว่ากระทรวงการคลังมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน และจะดำเนินการต่อไป”