อดีตสว. ยัน ศาลบอกอิ๊งค์ “นั่งลงลูก” เป็นข่าวปลอม
บวรวัฒน์ อีจัน
25 สิงหาคม 2568

ภายหลัง 21 ส.ค. 68 ศาลรัฐธรรมนูญ นัดออกนั่งเพื่อไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรณี 36 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร้องเพื่อขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรี ปมคลิปเสียงสนทนาฉาวระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จ ฮุน เซน กระทั่งเสร็จสิ้นการพิจารณาไต่สวน และเคาะพิจารณานัดฟังคำวินิจฉัยวันที่ 29 สิงหาคม กระทั่งต่อมา โลกออนไลน์ มีการเปิดเผยวิดีโอขณะไต่สวน ซึ่งชี้ว่าศาลรัฐธรรมนูญ มีถ้อยคำสนิทกับ น.ส. แพทองธาร ด้วยการพูดว่า “นั่งลูกลง” ล่าสุด 1 ในผู้ได้รับอนุญาตเข้ารับฟังไต่สวน ยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ความจริง

วันนี้ (25 ส.ค. 68) นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการพิจารณาไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันกระแสข่าวลือที่ว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ถ้อยคำสนิทสนมกับ น.ส.แพทองธาร ด้วยการพูดว่า นั่งลงลูก เป็นข่าวปลอม ซึ่งความจริงพูดว่า นั่งลงครับ พร้อมแนบวิดีโอหลักฐาน ชี้ อย่าหลงเชื่อกระพี้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ผดุงความยุติธรรม

โพสต์ระบุว่า
แจ้งเพื่อทราบครับ
คำว่า “นั่งลงลูก”เป็นข่าวปลอม
คำว่า “นั่งลงครับ” เป็นคำที่ถูกต้อง
สังคมไทยควรติดตามแก่นของการพิจารณาคดี
พึงอย่าหลงเชื่อกระพี้
เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่ยึดหลักนิติธรรม จะผดุงความยุติธรรม รักษาเอกราชอธิปไตย รักษาประเทศชาติให้ดำรงอยู่ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้คงมั่นสถาวรสืบไปครับ
ดร. สมชาย แสวงการ
อดีตสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ
เวลาต่อมา (25 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ออกประกาศชี้แจงกรณี วิดีโอบนโลกออนไลน์ที่มีการจับผิดว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งพูดกับผู้ถูกร้อง (น.ส. แพทองธาร) ว่า “นั่งลงลูก”ซึ่งความจริงพูดว่า “นั่งลงครับ” ชี้ เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และเตรียมดำเนินคดีผู้กระทำ ระบุว่า
ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคํา จํานวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธารฯ นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 18/2564) เมื่อเสร็จสิ้น การไต่สวนแล้ว ศาลมีคําสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนําข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือน ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคําสั่งศาลตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง นั้น
ปรากฏว่าภายหลังวันดังกล่าวมีการเผยแพร่คลิปและข่าวในสื่อสารมวลชนหลายช่องทาง อันเป็นเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงในกระบวนการไต่สวนของศาลลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวอ้างว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งพูดกับผู้ถูกร้องว่า “นั่งลงลูก” ซึ่งความจริงท่านพูดว่า “นั่งลงครับ”
การเผยแพร่และบิดเบือนดังกล่าว เข้าข่ายเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเข้าข่ายละเมิดอํานาจศาลตามมาตรา 38 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 และข้อ 10 และข้อ 11 ของข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจะดําเนินการทางกฎหมายแก่บุคคล ที่กระทําการบิดเบือนและเผยแพร่คลิปดังกล่าวต่อไป
