“เศรษฐา” ไร้แผนสำรองรับมติศาลพรุ่งนี้ (14 ส.ค.67) ยันไม่คิดยุบสภาฯ

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

13 สิงหาคม 2567

“เศรษฐา” ไร้แผนสำรองรับมติศาลพรุ่งนี้ (14 ส.ค.67) ยันไม่คิดยุบสภาฯ

​นายกฯ ไร้แผนสำรองรองรับคำตัดสินของศาล รธน.พรุ่งนี้ (14 ส.ค.67) ยันไม่ได้คิดเรื่องยุบสภาฯ ย้ำวางแผนงานถึงสิ้นเดือน เพราะต้องทำหน้าที่นายกฯ ชี้ หากไม่ได้ทำต่อ นายกฯ รักษาการก็สามารถสานงานต่อได้ทันที

วันนี้ (13 ส.ค.67) เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ไม่มีการพูดคุย ในที่ประชุม ครม.เรื่องการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.67) และตั้งแต่วันที่ได้ส่งคำแถลงปิดคดีไปก็ไม่ได้พูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีอีก


ข่าวน่าสนใจอื่น


“ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.67) มอบให้ นพ.พรพรหมมินทร์ เลิศสุรีย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี  เดินทางไปฟังแทน โดยในวันพรุ่งนี้ ผมมีภารกิจงานที่ทำเนียบรัฐบาลตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้มีการตั้งวอรูมแต่อย่างใด”นายเศรษฐากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีจะมีการติดตามรับฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มเลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนมีประชุมภายในกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในทำเนียบ ซึ่งทีมงานคงเข้ามาแจ้งเป็นระยะๆ

กรณีหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้วไม่ได้ไปต่อนั้น “ไม่ได้คิดเรื่องแผนสำรองไว้” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ ก็สามารถยุบสภาได้ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ได้คิดเรื่องเรื่องนี้  ให้มันเกิดขึ้นก่อน แล้วค่อยว่ากัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนนายกรัฐมนตรี มั่นใจพอสมควรเกี่ยวกับคำตัดสินของศาล “ไม่ครับ ผมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ” นายเศรษฐากล่าว 

นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องต่าง ๆ ที่ทางสำนักข่าวไปวิจารณ์ว่าผมหน้าเศร้า เพราะทางด้านตนเพิ่งจะเสียคุณแม่ไป ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าเป็นธรรมดา หรือแม้ว่าบางคนก็กล่าวว่ามั่นใจมาก มีการไปเตรียมการประชุมออกวาระตารางถึงสิ้นเดือน เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ต้องบริหารราชการแผ่นดิน และมีการเตรียมงานความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

“ซึ่งตนก็ต้องมีการเตรียมไป โดยถ้าผลออกมาเป็นบวกกับตนก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป แต่ถ้าผลมาเป็นลบทางด้านรักษาการนายกรัฐมนตรี ก็นำเอาแผนงานที่ได้เตรียมไว้ ไปพิจารณาปรับปรุงตามความเหมาะสม“นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐากล่าวต่อไปว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของการทำงานแบบทั่วไปมากกว่า ไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจ หรือไม่มั่นใจอย่างไร ซึ่งผมทำดีที่สุดแล้ว เราได้มีการ Submit closing statement ไปแล้วเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม 

ขณะเดียวกัน แผนงานที่นายกรัฐมนตรีได้เตรียมไว้สามารถที่จะดำเนินการต่อหรือต้องมีการพิจารณาอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ผมเตรียมงานไม่ใช่เป็นความต้องการของผม ผมเตรียมงานตามปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าถ้าหากหลุดจากตำแหน่ง ด้านรักษาการนายกรัฐมนตรีก็ต้องมาดู และพิจารณาตามลำดับความสำคัญที่เห็นว่าเหมาะสม ซึ่งอย่างน้อยถ้าหากทางด้านรักษาการนายกรัฐมนตรีเข้ามาแล้วนั้น ก็จะรับทราบว่าดำเนินการอะไรไปแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าในส่วนทางด้านภาคเอกชนหากนายกรัฐมนตรีหลุดจากตำแหน่งจะมีผลการที่ทางด้านนายกรัฐมนตรีเคยเดินทางไปพูดคุยกับทางต่างชาติในเรื่องการลงทุนต่างๆ 

นายเศรษฐากล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวไม่ทราบ และกระแสด้านการลงทุนโรงงานรถยนต์ไฟฟ้า เทสล่ามีการปรับแผนงานในประเทศไทย ด้านทีมงานยังดำเนินการคุยอยู่ เพราะปัจจุบันความอ่อนไหวของตลาดความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีสูง

“ผมเข้าใจว่าที่มีการพูดคุยในการลงทุนก็มีการเลือกประเทศอินดียเช่นเดียวกัน เพราะทางประเทศอินเดียมีความต้องการสูงมาก และหากจะมีการลงทุนสร้างคือประเทศไทย ผมทราบเพียงแค่นี้”นายเศรษฐากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าก่อนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ (14 ส.ค.67) นายกรัฐมนตรีมีอะไรอยากจะกล่าวพูดกับประชาชน หรือสื่อในสิ่งที่ทางนายกรัฐมนตรีอยากพูดหรือไม่ นายกฯ

“ไม่มี ผมได้แจ้งในที่ประชุม ครม.ว่าในวันนี้มีการทำอะไรไปแล้ว ซึ่งในช่วงบ่ายก็มีวาระงานอยู่ก็ทำงานต่อเรื่อยๆ”นายเศรษฐากล่าว