“อนุทิน” คุย “หวัง อี้” มุ่งปราบสแกมเมอร์ มั่นใจ “ไทย” ไม่ขาดน้ำมัน

ชื่นมื่น! “อนุทิน” คุย “หวัง อี้” จับมือปราบสแกมเมอร์ พร้อมขอ “จีน” ดันไทย ถก “เส้นทางขนน้ำมันตะวันออกกลาง” ย้ำ พลังงานไทยเอาอยู่ มั่นใจ ไม่ขาดแคลน

(24 เม.ย. 69) เวลา 11.00 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับ หวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาสเยือนไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ

นายอนุทิน ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีน และ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งจีน ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนว่า ภายหลังจากการเสด็จฯ เยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน และหวังว่าจีนจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาของไทยในทุกมิติ บนพื้นฐานของความเป็น “บ้านพี่เมืองน้อง” ซึ่งมีทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเคารพซึ่งกันและกัน

ด้าน หวัง อี้ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมนายกรัฐมนตรีไทย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศของรัฐบาลไทย และมั่นใจว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีน จะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น พร้อมย้ำว่า จีนเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไทย สามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว

ซึ่ง 2 ฝ่าย ได้หารือใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. การยกระดับความสัมพันธ์ไทย – จีน ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องในการยกระดับความสัมพันธ์ สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจะผลักดัน “แผนปฏิบัติการร่วม” เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ 

2. การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง จีนเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เยือนไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับในหลักการ และอยู่ระหว่างการจัดกำหนดการ  

3. สถานการณ์ไทย – กัมพูชา นายหวัง อี้ เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มที่ดีขึ้น และหวังว่าความสัมพันธ์ 2 ประเทศ จะมีพัฒนาการที่ดีในเร็ววัน

4. ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งจะบรรจุเป็น 1 ในประเด็นสำคัญของแนวทางแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นต่อประชาชน 

5. การต่อยอดความร่วมมือเชิงรูปธรรมผ่านกลไกและกิจกรรมร่วม 

นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้กล่าวถึงด้านพลังงาน ซึ่ง ไทยได้ขอให้จีนพิจารณา นำประเทศไทยเข้าไปอยู่ในบริบทของการหารือด้านเส้นทางขนส่งพลังงานและน้ำมันดิบ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางเดินเรือในภูมิภาค พร้อมยืนยันว่า ในปัจจุบัน ไทยสามารถบริหารจัดการสถานการณ์พลังงานได้ค่อนข้างนิ่ง และมั่นใจว่าจะไม่มีคำว่าขาดแคลน