“อนุทิน” ลั่น ขออันดับ 1 ขั้วรัฐบาล ชี้ ที่ 2 คนลืม ตั้งเป้า 200 ที่นั่ง ลั่น ไม่มอง “ส้ม” เป็นขั้วตรงข้าม

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

2 กุมภาพันธ์ 2569

“อนุทิน” ลั่น ขออันดับ 1 ขั้วรัฐบาล ชี้ ที่ 2 คนลืม ตั้งเป้า 200 ที่นั่ง ลั่น ไม่มอง “ส้ม” เป็นขั้วตรงข้าม

วันนี้ (2 ก.พ. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดใจสัมภาษณ์ผ่าน กรรมกรข่าว คุยนอกจอ กับช่วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ 2569

ความเชื่อมั่นต่อจำนวนเก้าอี้ สส. นายอนุทิน กล่าวว่า คาดว่ามาเยอะ ซึ่งเป้าหมายคืออันดับ 1 พ่อผมสอนไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่า ไปทำอะไร แข่งขันอะไรพยายามให้เป็นที่ 1 อย่าเป็นที่ 2 เพราะถ้าเป็นที่ 2 คนจะลืม หากมีการดำเนินการใด ๆ ในระบอบรัฐสภาจะต้องเป็นที่ 1 ในขั้วนั้น ๆ ให้ได้ ตอนนี้เชื่อมั่น ต่อให้ไม่ใช่ที่ 1 ของประเทศ แต่ต้องเป็นที่ 1 ของขั้ว

พรรคประชาชน ถือเป็นขั้วตรงข้าม ? นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคประชาชน ไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม มีแต่หัวหน้าพรรคประชาชนบอกว่า ไม่ยกมือให้อนุทิน เป็นนายกฯ แต่ท่านไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย แต่ยังที่เรียนว่า การอ่านเกม ประสบการณ์ สิ่งที่ผ่านมาในอดีต มันทำให้ผมได้ปฏิบัติในสิ่งที่ปฏิบัติมาทุกวันนี้ ผมไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพรรคอื่นเลย แต่เป็นการพูดถึงตัวบุคคล

ประเมินไว้ที่ 180 เก้าอี้ในสภาฯ ? นายอนุทิน กล่าวว่า ผมประเมินสูง พอพูดแล้วอาจมีคนโจมตี ประชาชนมองว่าเวอร์ไปหรือเปล่า เอาเป็นว่าพรรคภูมิใจไทย ทำงานทั้งการระดมสมอง ระดมความคิด ระดมบุคลากร เรามีความพร้อมในทุกด้าน ซึ่งมีการทำงาน Follow Up การประเมิน และแก้ไขในจุดบกพร่องของเราตามเขตต่าง ๆ

ย้อนกลับปี 2566 ที่พรรคก้าวไกล (ณ เวลานั้น) จะได้เก้าอี้เยอะมากขนาดนั้น (151 ที่นั่ง) ? นายอนุทิน กล่าวว่า ปี 2566 สิ่งที่ผมเซอร์ไพร์สสำหรับพรรคก้าวไกล คือ แลนสไลด์พื้นที่กรุงเทพฯ (33 เขต) เพราะผมคิดว่าจะได้ 20 กว่าที่นั่ง ส่วนเขต 1 บวกให้เขาหมดอยู่แล้ว ตรงนี้ทราบดีว่าสู้ลำบาก พรรคภูมิใจไทยรู้อยู่แล้ว

“ผมชื่นชมตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ทั้งนั้น ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง แต่เข้ามาทำงานได้ขนาดนี้ แสดงบทบาทการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราจะบอกว่าเป็นเด็กเมื่อวานซืนไม่ได้ ไม่ใช่ผมแน่นอน แต่พวกเขาเป็นเด็กแห่งอนาคต นี่คือคำจำกัดความของผมสำหรับเขา” อนุทิน กล่าว

รอบนี้คิดว่าเขา (พรรคประชาชน) ไม่แรงเหมือนครั้งก่อน ? นายอนุทิน กล่าวว่า รอบนี้ผมคิดว่า พรรคภูมิใจไทย มีบุคลากรที่อยู่ในบริบทเดียวกัน มีความรู้ความสามารถเท่ากัน หรือแนวทางต่าง ๆ ที่อยู่ช่วงวัยเดียวกันเยอะมาก รู้สึกว่าแต่ละคนให้แนวคิดต่าง ๆ จนเราสามารถทำออกมาเป็นนโยบายสร้างความมั่นใจให้คนทุกวัยได้

ตอนนี้คิดถึงการเป็นรัฐบาลที่มีจำนวนกว่า 200 ที่นั่ง ? นายอนุทิน กล่าวว่า มีทุก Option เวลาจะดำเนินการสิ่งใด จะต้องมี Best Case, Fair Case (160-170 ที่นั่ง) หรือ Worst Case (130 ที่นั่ง) เพราะเราทำงาน Hand On ไม่ใช่นั่งทำงานอยู่บ้าน รับฟังอย่างเดียว แต่เรามีวอลลูม การติดตามงาน (ถูกมองเป็นศูนย์รวมบ้านใหญ่) ในพรรคภูมิใจไทย เวลาอยู่กับประชาชน ไม่เห็นใหญ่ตรงไหน กลายเป็นแมวเชื่อง ยอมทุกอย่าง ก้มแล้วก้มอีก

ถูกมองว่าใช้กระแสรักชาติ กระแสสงครามมาหาเสียง ช่วงเลือกตั้ง ? นายอนุทิน กล่าวว่า เพราะก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่งนายกฯ มันมีการเอาชาติของเราไปเป็นเบี้ยล่างในทุกประเด็น ผมไม่อยากพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งพรรคที่กล่าวว่าผม ใช้คนที่ไม่ได้มีส่วนเสียหาย มาพูดว่าคน ๆ นั้นไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่คนที่เสียหายคืออดีตนายกฯ โดยเวลาปราศรัย ผมต้องพูดข้อเท็จจริง อย่างน้อยจะผิดหรือถูก ด่านไม่ได้เปิด แม้จะมีความพยายามจากรัฐบาลที่แล้ว หรือแม้แต่หยุดการปะทะโต้ตอบ

“เวลาอยู๋ในช่วงสงครามจริง แม่ทัพนายกอง เวลาเขาไปรบ มันหยุดไม่ได้ เพราะในกลศึกแม่ทัพกลับมาด้วยความพ่ายแพ้ก็ต้องถูกตัดหัว ฉะนั้น เขากำลังไปรักษาอธิปไตยให้เรา ถ้าไปสั่งให้เขาหยุด เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ รัฐบาลมีหน้าที่ไว้ใจกองทัพ ถ้าตกลงกันแล้วต้อปล่อยให้เขาดำเนินการสุดกระบวนการ” อนุทิน กล่าว