“คริส” ซัด สส.บางคน ใช้ ChatGPT เขียนอภิปราย ? “ปกรณ์วุฒิ” โต้ อย่าดูถูกกัน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

3 เมษายน 2569

“คริส” ซัด สส.บางคน ใช้ ChatGPT เขียนอภิปราย ? “ปกรณ์วุฒิ” โต้ อย่าดูถูกกัน

ควันหลง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ในระหว่าง วาระการอภิปรายรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ประจำปี 2567 โดย ภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. พรรคประชาชน อยู่ระหว่างอภิปรายในกรอบเวลา 7 นาที

จากนั้นไม่นาน คริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้ลุกขึ้นประท้วงอภิปรายดังกล่าว ตามข้อ 9 ขอให้ประธานสภา ควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อยในที่ประชุม และใช้ข้อบังคับฉบับนี้ ให้สมาชิกฯ เอาเอกสารมาอ่าน ซึ่งถือเป็นการผิดข้อบังคับตามมาตรา ข้อ 69 พร้อมแสดงความเห็นว่า ผู้ปภิปรายรู้ประเด็นอภิปรายอยู่แล้ว ซึ่งระหว่างนั้นเกิดการโต้เถียง ทำให้ มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ต้องห้ามปราม และปล่อยให้ ภัณฑิล อภิปรายจนเสร็จสิ้น

ภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปราย คริส ลุกขึ้นกล่าวว่า “ดีใจที่ทางท่านภัณฑิล ได้อภิปราย พูดถึงการอ่านผลกระทบของกองทุนนี้ ผลเชื่อเหลือเกินว่า ประชาชนทั้งหลายมีปัญหากับสภาแห่งนี้ มีปัญหาว่านักการเมืองที่เขาเลือกเข้ามา ทำงานคุ้มภาษีประชาชนหรือไม่ มีปัญหาว่าใช้ ChatGPT เขียนอภิปรายหรือไม่ และยังท่องไม่ได้ และเข้ามาอภิปรายในสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ คำถามคือ ทำงานคุ้มค่าภาษีที่ประชาชนจ่ายหรือไม่”

“ในเมื่อวันนี้ คุณมาเป็น ส.ส. แล้ว คุณต้องทำงานให้สมกับที่ประชาชนจ่ายเงินเดือนให้กับคุณ แต่ตอนนี้ประชาชนสงสัยยิ่งกว่านนั้นคือ เป็น ส.ส. 1 แค่สมัยเดียว หรือ 2 ปี บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา ไม่ได้มีความเก่ง ไม่ได้มีความเป็นตัวเอง แต่ดันได้เข้ามายืนในสภาแห่งนี้ ถ้าสมาชิกฯ ไม่สามารถจะแสดงให้ประชาชนเห็นได้ว่า ทำงานคุ้มภาษีประชาชน ผมคิดว่าประชาชนมีปัญหาแน่นอน ตอนนี้เราใช้งบประมาณหลวงกว่า 400 ล้านบาทไปแล้ว ผมคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ ส.ส. ควรจะต้องตระหนักว่าทำงานคุ้มภาษีไหม และได้สิทธิมากเกินกว่าประชาชนไหม” คริส กล่าว

ต่อมา ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นขอหารือกันประธานสภาฯ ว่า อาจไม่เป็นการที่เหมาะสมที่ผู้อภิปราย (คริส โปตระนันทน์) ดูถูกเพื่อนสมาชิกว่า เป็นสามล้อถูกหวย ผมว่าเราให้เกียรติในสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่ากันดีกว่า

“อย่างน้อย ๆ เราไม่ได้หลอกพลเอก ให้ไปหาเสียงแล้วได้เข้ามา ส.ส. เพียง 3 คนหรอกครับ” ปกรณ์วุฒิ กล่าว

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภาฯ มีการเปิดเผยภาพว่า นายปกรณ์วุฒิ ได้เดินเข้าไปหาคริส ซึ่งอาจมีการพูดคุยบางอย่าง ก่อนจะมี ส.ส. รายอื่น เข้ามาห้ามปรามและแยกทั้งคู่ออก นั้น

จากนั้น ปกรณ์วุฒิ ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมองว่า การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่นถึงที่นั่ง เป็นเรื่องปกติมาก โดยเฉพาะเมื่อพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน ใช้วิถีเดินถาม ว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้

ระบุว่า

ในฐานะที่ผมเป็นวิป การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องที่ปกติมากๆที่ผมก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภา  และในหลายๆครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง  ทุกครั้ง ผมก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิป เพราะผมคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกัน ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกัน  ประเด็นในวันนี้ ที่ผมเดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะ  พรรคประชาชน โดยเฉพาะ  และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส พรรคอื่นๆเลย . ผมจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่า การตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิก จะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดี  และผม บอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชน ทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน .. ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆเลยทั้งสิ้น . การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1แถว เพื่อพูดคุย ..  สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ทาง สส.ทั้ง3คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง  และพยายามส่งเสียงโวยวาย  จึงทำให้มีเพื่อนๆ สส.ท่านอื่น เดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผม และ ทาง 3คนนั้น ทั้งที่จริงๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆกันเลย  .. ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจไปอีกแบบ .. ซึ่งผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา . และสิ่งที่ผมคิดว่าทำให้ผมเสียหาย คือการกล่าวหาว่าผมพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี” และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพูดคำนี้  ซึ่งการกล่าวหานี้ เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง   –  สำหรับผม เหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิป ทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ “เล่นใหญ่” เท่านั้นเอง  . และจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใดๆกัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดี ที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม