ไทย ย้ำเวทีโลก “กัมพูชา” ละเมิดทุกกติกาโลก
บวรวัฒน์ อีจัน
15 สิงหาคม 2568

วันนี้ (15 ส.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ (15 ส.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดบรรยายพิเศษแก่คณะทูตกลุ่มรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ก่อนที่จะนำคณะทูตลงพื้นที่ ชมหน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ที่บ้านหนองเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของกัมพูชา วันพรุ่งนี้ โดยมีผู้แทนต่างประเทศ องค์กรและองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมรับฟังจำนวน 67 คน จาก 41 ประเทศ 1 องค์กร และ 4 องค์การระหว่างประเทศ

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวย้ำถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ (GBC) ที่ได้มีการตกลงหยุดยิง ตั้งแต่ (28 ก.ค. 68) ซึ่งไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ แต่หลังจากการประชุมฯ เพียง 5 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดอีก 2 ครั้ง ซึ่งมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า กับระเบิดเหล่านี้เพิ่งถูกวางใหม่โดยกัมพูชา ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แสดงให้เห็นว่า กัมพูชายังคงจงใจละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงกันไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชายังจงใจละเมิดพันธกรณีหลักภายใต้อนุสัญญาออตตาวาอีกด้วย
“รัฐบาลไทย ขอประณาม พฤติกรรม และการกระทำอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายสาระที่สำคัญที่สุดของอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงเจตนารมณ์ของปฏิญญาเสียมราฐ-อังกอร์ ที่ได้รับการรับรองภายใต้การปกครองของกัมพูชาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 และถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”

ด้าน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อให้แน่ใจว่ากัมพูชาจะหยุดการใช้กับระเบิดอย่างไร้มนุษยธรรม และต้องปฏิบัติตามพันธกรณีทางกฎหมาย ภายใต้อนุสัญญาออตตาวาและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ซึ่งไทยได้แจ้งเรื่องนี้ต่อเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อขอคำชี้แจงจากกัมพูชาตามมาตรา 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาออตตาวา สำหรับการลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ของคณะทูต ในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) เพื่อสังเกตการณ์ทุ่นระเบิด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง