“ไอซ์ รักชนก” เปิดผลสอบ “ประกันสังคม” ซื้อตึก Skyy9 มูลค่าสูงเกินจริง
บวรวัฒน์ อีจัน
4 มิถุนายน 2568

(3 มิ.ย. 68) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการเข้าลงทุนกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ไพร์ม แอสเซท ของตึก Skyy9 พบมีมูลค่าสูงเกินจริง และเร่งรีบดำเนินการผิดปกติ ขาดความละเอียดรอบคอบ เป็นเหตุให้กองทุนประกันสังคมได้รับความเสียหาย
โพสต์ระบุว่า
มีคนใจดีส่งมาให้อ่าน บทสรุปการสืบส่วนข้อเท็จจริงกรณีซื้อตึก sky9 มาให้ สรุปแล้วจากพฤติกรรมรูปการมีความผิดปกติจริง!
ขณะที่ประชาชนเค้ารู้กันจนหูตาสว่างทั่วประเทศ แต่สืบนานขนาดนี้ยังได้ข้อเท็จจริงแค่นี้เอง สำหรับดิฉันนับว่ายังน่าผิดหวังนิดหน่อย
แต่เอาล่ะค่ะ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย เจอกันที่ ปปช!!
เจ็บคอจริงๆ ไอดัง คุก คุก คุก

เอกสารระบุใจความว่า
จากการพิจารณาพยานหลักฐานเอกสารต่าง ๆ และคําให้การของบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่า กระบวนการลงทุนของสํานักงานประกันสังคม ที่ใช้เงินของผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล ที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม และมอบความไว้วางใจให้สํานักงานประกันสังคมบริหารจัดการเงินของกองทุนประกันสังคม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกําหนด และได้นําเงินดังกล่าวเข้าลงทุนกองทรัสต์ เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุนไพร์ม แอสเซท (Prime Asset Private Equity Trust) เป็นการดําเนินกระบวนการที่เร่งรีบ ผิดปกติวิสัยของการลงทุนด้วยเงินทุนจํานวนมากโดยไม่มีการตรวจสอบหรือสอบทานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่จะลงทุนของสํานักงานประกันสังคมในฐานะผู้ลงทุนที่จะต้องอาศัยการกลั่นกรองโดยละเอียดรอบคอบ กล่าวคือ
1. การดําเนินการลงทุนในกองทรัสต์ Prime Asset Private Equity Trust มีความเร่งรีบ ตั้งแต่กระบวนการพิจารณาออกประกาศคณะกรรมการประกันสังคม เรื่อง การลงทุนในกิจการเงินร่วมลงทุน ลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565 การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด ตลอดจนการอนุมัติกรอบการลงทุน เพื่อให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าว โดยแต่ละขั้นตอนเกิดขึ้นในช่วงเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วัน และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) ส่งเอกสารเชิญชวนการลงทุนเพียง 5 วัน หลังจากเลขาธิการสํานักงานประกันสังคมอนุมัติกรอบการลงทุน โดยสํานักงานประกันสังคม ดําเนินการประชุมคณะกรรมการลงทุน และคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด ก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงทําให้ผู้ประกอบการรายอื่น และสาธารณชนไม่อาจทราบข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการไม่มีการเปิดโอกาสให้บริษัทจัดการหลักทรัพย์อื่น ๆ เสนอแผนการลงทุน ประกอบกับคณะกรรมการลงทุน และคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด มีมติเห็นชอบการลงทุนมูลค่า 4,500 ล้านบาท ทั้งที่มีข้อสังเกตหลายประการ ต่อมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) ได้ดําเนินการตามข้อสังเกต ด้วยการเสนอให้สํานักงานประกันสังคมโดยผ่านคณะกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ มีมติรับทราบผลการทบทวนดังกล่าว และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) ได้เสนอหนังสือให้รับทราบลงนามสัญญาก่อตั้งทรัสต์ในวันที่คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุน สินทรัพย์นอกตลาดมีมติรับทราบผลการทบทวน ซึ่งสํานักงานประกันสังคมโดยเลขาธิการสํานักงานประกันสังคม (นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์) รับทราบและลงนามในสัญญาก่อตั้งทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุนไพร์ม แอสเซท (Prime Asset Private Equity Trust) วันถัดไป โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการตรวจสอบสัญญาการก่อตั้งทรัสต์ และมิได้มีการสอบทานความถูกต้องของการประเมินทรัพย์สินและตรวจสอบข้อมูลสําคัญเกี่ยวกับการลงทุนแต่ประการใด

2. การพิจารณาแผนการลงทุนในกองทรัสต์ Prime Asset Private Equity Trust แม้มีข้อสังเกต หลายประการจากคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง แต่กลับไม่มีการเชิญบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้เชิญชวนมาชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการโดยตรง มีเพียงเจ้าหน้าที่ของสํานักงานฯ เป็นผู้ชี้แจงแทน และมีข้อมูลคลาดเคลื่อนในเอกสารการเชิญชวน
ซึ่งพฤติการณ์แห่งการกระทําในกระบวนการพิจารณานําเงินกองทุนประกันสังคมเข้าลงทุน ในกองทรัสต์ Prime Asset Private Equity Trust ได้แสดงให้เห็นถึงความรีบเร่ง ไม่มีการตรวจสอบเพื่อให้ เกิดความเหมาะสม คุ้มค่า ของการลงทุนที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน ซึ่งจํานวนเงินที่ได้ลงทุนดังกล่าว เมื่อเทียบกับผลการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของคณะทํางานประเมินและคํานวณมูลค่าการเข้า ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาคาร Skyy9 และสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เช่นเดียวกันแล้ว มีมูลค่าที่แตกต่างกันมาก เชื่อว่าการลงทุนในกองทรัสต์ Prime Asset Private Equity Trust ในส่วนของการลงทุนในหุ้นของบริษัท AGRE101 จํากัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไพร์ม ไนนท์ เรียล เอสเตท จํากัด) ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโครงการ Cas Centre หรืออาคาร Skyy9 มีมูลค่าสูงกว่าความเป็นจริง อันเป็นพฤติการณ์ที่มีการกระทําโดยปราศจากความระมัดระวังอันสมควรตามที่วิญญูชนโดยทั่วไป ควรจะพึงมีและกระทํา ขาดความละเอียดรอบคอบในการปฏิบัติราชการ เป็นเหตุให้กองทุนประกันสังคมได้รับความเสียหาย


ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork