“อนุทิน” โวยถูกขุดภาพ เซ็นจีน 5 หมื่นล้าน ลั่น มันเกี่ยวอะไรด้วย
บวรวัฒน์ อีจัน
16 มกราคม 2569

เซ่นเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นรับต้นปีใหม่ (14 ม.ค. 69) ขบวนรถไฟด่วนพิเศษ 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ประสบเหตุเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงหล่นทับ ช่วงบริเวณ กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนรถเสียหลักตกราง ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 32 คน นับเป็นโศกนาฎกรรมสะเทือนใจคนไทย นั้น

(15 ม.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุม เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม กรณีเครนก่อสร้างถล่ม
อนุทิน กล่าวว่า ได้มีการประชุมหารือกระบวนงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทางฝ่ายกฏหมาย และผู้ปฏิบัติการ รวมถึงผู้ควบคุมระเบียบต่าง ๆ โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับไปดำเนินการ เนื่องจากเรื่องนี้สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชน และก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและสาธารณะ โดย 2 กรณีนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม บอกเลิกสัญญากับผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี รวมถึงขึ้นบัญชีดำ โดยได้รับข้อแนะนำจากกฤษฎีกาและอัยการสูงสุด ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการตามเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ และความปลอดภัยตลอดจนสร้างความมั่นใจให้ต่างประเทศ
จะมีการตรวจสอบโครงการอื่น ๆ อีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาวันนี้ก่อน เพราะหากขอให้ไปดูกฎระเบียบอื่น ๆ ในภายภาคหน้า วันนี้จะไม่มีผลแบบนี้ออกมา เพราะมัวไปนั่งคิดต้องแก้กฎกระทรวง กฎหมาย เพราะวันนี้ไม่มีสภาฯ ต้องรอรัฐบาลหน้าเข้ามาทำ วันนี้ขอเอาเหตุที่กระทบกระเทือนขวัญต่อประชาชนไว้ก่อน
“กระทรวงคมนาคม รับทราบเรื่องการบอกเลิกสัญญาแล้ว โดยต้องมีการเตรียมเหตุ ในการบอกเลิกสัญญา ซึ่งมีการกำหนดไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว โดยการส่งคมนาคม จะรับไปดำเนินการในส่วนของรายละเอียดต่อไป” นายอนุทิน กล่าว

จะรวมไปถึงกรณีที่ตึก สตง. ถล่มด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวผู้บริหารได้รับโทษไปแล้ว แต่ตนได้ถามในที่ประชุมว่าขณะนี้ตึกหายไปแล้วแต่ทำไมยังไม่ยกเลิกสัญญา จะไปส่งงวดงานที่ไหน และจะปรับสัญญาอย่างไร ในเมื่อไม่มีตึกแล้ว ซึ่งจะปล่อยลอย ๆ ไปไม่ได้ โดยทาง สตง. คงดำเนินการตามระเบียบ แต่ตนมองว่าการเกิดเหตุการณ์ 3-4 ครั้ง และเป็นผู้รับเหมารายเดียว รัฐคงไม่สบายใจที่จะให้ผู้รับเหมาแบบนี้ ทำงานให้กับรัฐต่อไป ส่วนงานก่อสร้างที่เหลือหลังจากนี้ อย่างที่คืบหน้าไปแล้ว 80% ต้องหาคนมาทำงานต่อ แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ต้องไปยึดเอาจากหลักประกัน เพราะโดยปกติในสัญญามีการหักประกัน และหนังสือค้ำประกันธนาคาร หากรัฐจะต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติม ยังสงวนสิทธิ์ที่จะไปเรียกร้องกับผู้ที่ทิ้งงานได้ ขอพูดถึงแค่ 2 กรณีนี้ ว่าทำอย่างไรที่จะยกเลิกสัญญาไม่ให้เกิดความเป็นภัย และอันตรายต่อสาธารณะ เพราะทั้ง 2 โครงการนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมีความชัดเจน โดยรายละเอียดเรื่องการตรวจสอบ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการ ตนสั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
ส่วนการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ นายอนุทิน กล่าวว่า ดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนเรื่องสมุดพก กรมบัญชีกลางระบุว่า กำลังออกเป็นระเบียบอยู่ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นเดือนนี้ (ม.ค.69 ) หรือต้นเดือนหน้า (ก.พ.69) ซึ่งจะเป็นการบังคับใช้ในอนาคต ซึ่งไม่ได้มีผลย้อนหลัง โดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการไว้ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี และเราเข้ามาดำเนินการตราออกมาเป็นกฎกระทรวงกระทรวง แต่ยังต้องมีรายละเอียด ข้อบังคับอื่น ๆ ที่กรมบัญชีกลางต้องไปร่างออกมา

กรณีโซเชียลขุดภาพที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลงนามก่อสร้างและถ่ายภาพร่วมเฟรมกับนายอนุทินด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า มันเกี่ยวอะไรด้วย
มองเป็นความตั้งใจเพื่อหวังโจมตีทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอะไรก็แล้วแต่นั้น ทำตามกฎระเบียบ ทุกอย่าง ไม่ใช่แค่พรรคภูมิใจไทยแต่เป็นรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทางการเมือง อย่าได้พยายามเสียเวลา มิเช่นนั้นจะเป็นการสาดโคลนกันไปกันมาของพรรคการเมือง พร้อมถามกลับว่า อยากให้ประเทศไทยสงบไม่ใช่หรือ ถ้าคนการเมืองทะเลาะกันเอง ประชาชนก็ไม่มีความพึงพอใจ
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว