สว.ปฏิมา เสนอ ปชช. “ปลูกผัก-เลี้ยงไก่” ทางออกใช้ชีวิตช่วงวิกฤติ
บวรวัฒน์ อีจัน
23 มีนาคม 2569

วันนี้ (23 มี.ค. 69) เวลา 10.55 น. นายปฏิมา จิระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวอภิปรายใน การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ถึงผลกระทบของประเทศไทย ต่อสงครามตะวันออกกลาง
นายปฏิมา กล่าวว่า ช่วงวันที่ 1 มีนาคม 2569 เราคงจะได้ยินประเทศไทยมีการสำรองน้ำมันใช้ได้ประมาณ 60-61 วัน ต่อมาวันที่ 4 มี.ค. คณะกรรมาธิการต่างประเทศ เชิญกระทรวงพลังงานมาให้ข้อมูล ได้รับแจ้งว่ามีน้ำมันใช้ได้ 95 วัน แต่ผ่านไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า เรามีน้ำมันเพียงพอใช้ 105 วัน

สิ่งที่ผมกำลังจะพูดคือ ปัจจุบันประชาชนไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน ฉะนั้นสิ่งที่ขอพูดส่วนสำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะมีน้ำมันเท่าไหร่ก็ตาม รัฐบาลจำเป็นจะต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ข้อมูลที่ถูกต้อง จะนำมาซึ่งการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาให้ประชาชนถูกต้องและได้ผล ซึ่งขณะนี้ประชาชนยังคงเดือดร้อน
นายปฏิมา กล่าวต่อว่า สิ่งที่พูดกันไปส่วนใหญ่คือ เรื่องราคาน้ำมันหน้าปั๊ม สิ่งที่รัฐบาลพยายามตรึงราคาน้ำมันไว้ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ส่วนหนึ่งในกลุ่มของเรา อาจไม่ได้พูดมากนัก คือเรื่องผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมอยากอภิปรายคือ ราคาหน้าปั๊ม 31.14 บาท/ลิตร แต่ราคาที่ทางผู้ประกอบการขนส่งซื้อจาก Jobber ประมาณ 44 บาท
“ผมอยากจะขอไปยังท่านกรรมาธิการพลังงาน และกรรมาธิการราชการแผ่นดิน เพราะประชาชนอยากรู้ข้อเท็จจริงว่า ราคาน้ำมันที่ขึ้นดังกล่าว มีการกักตุนไว้เพื่อเก็งกำไรหรือไม่ ในฐานะวุฒิสภา เราจำเป็นต้องไขข้อข้องใจให้ประชาชนว่า โรงกลั่นขายเท่าไหร่ มีน้ำมันหรือไม่ เพราะปั๊มน้ำมันไม่มี ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่า เราน่าจะส่งม้าด่วนไปช่วยตรวจสอบ” นายปฏิมา กล่าว
ในส่วนของเกษตรกร นายปฏิมา กล่าวว่า น่าสงสารครับ หาเช้ากินค่ำ รถอีแต๋นก็ไม่มีน้ำมันจะขนเอาพืชผลเกษตรไปยังลาน ยกตัวอย่าง ข้าวโพด มันสำปะหรัง เมื่อชาวบ้านไม่มีน้ำมันเติมรถอีแต๋น เขาก็จะไม่มีรายได้ในส่วนนี้ จึงเป็นสิ่งที่อยากฝากให้กรรมาธิการเกษตร ติดตามช่วยเหลือเกษตรกรด้วย

สิ่งที่อยากพูดต่อไป คือผลกระทบที่อาจต่อเนื่องเป็นระยะยาว คือ ราคาสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ไข่ ที่ทราบว่าขึ้นแล้วบางแห่ง ขายเพิ่มขึ้น 20 สตางค์/ฟอง จึงอยากฝากกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบราคาเครื่องอุปโภคบริโภคทุกอย่าง เพราะได้รับแจ้งจากผู้บริหารสหพัฒนพิบูลย์ ว่า มาม่า (บะหมี่กึ่งฯ) กำลังจะขึ้นราคา รวมถึงบางสินค้าที่อยากจะฉวยโอกาสขึ้นราคา ทั้งนี้ทั้งนั้น เราควรจะให้เขาอธิบายได้ว่า ราคาที่จะขึ้น ประกอบด้วยต้นทุนอะไรบ้าง สูงขึ้นเท่าไหร่ เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า ไม่ใช่ขึ้นขึ้นที 5 บาท 10 บาท เป็นต้น
นายปฏิมา กล่าวว่า เราคุยถึงปัญหามานานแล้ว แต่สมาชิกวุฒิสภาควรหาทางออกให้ประชาชนว่า อย่างน้อยปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ณ เวลานี้ เกิดจากน้ำมัน สินค้าที่ราคาสูงขึ้น เราควรจะต้องหาทางออกให้ประชาชน ขอชื่นชมประธานฯ เมื่อประชาชนมีปัญหาเรื่องมะพร้าว ผลไม้ ท่านแก้ไขปัญหาด้วยการนำมาขายที่สภาฯ ซึ่งมันเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะเบื้องต้น แต่เราต้องขยายผลให้รัฐบาลรีบหาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สิ่งที่อยากจะฝากไว้คือ น้ำมันเขียว ในภาคเกษตร เราจะมีการประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้น้ำมันเขียวมากขึ้นได้หรือไม่ และสิ่งที่สำคัยที่พวกเราทำกันอยู่ และจะมีกิจกรรมช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ในเรื่องการปลูกผัก
“ผมคิดว่าเรื่องปลูกผักเป็นเรื่องน่าหัวเราะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้ผมคิดว่า การแนะนำให้ประชาชนปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ 2 ตัวต่อครัวเรือน น่าจะเป็นทางออกในการดำรงชีวิตของพวกเขาในระยะยาว ถ้าเกิดมีวิกฤติที่รุนแรงกว่าในเวลานี้” นายปฏิมา กล่าวทิ้งท้าย
