“ภูมิ รักชาติ” ป้อง “น็อต วรฤทธิ์” ลั่น พิธีกรก็มีสิทธิ์พูด ชี้ ปชต. ไม่ปิดปากคนเห็นต่าง
บวรวัฒน์ อีจัน
23 มกราคม 2569

จากประเด็นร้อนเมื่อ (20 ม.ค. 69) รายการแฉ โดยช่วงหนึ่ง เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน มีการตอบโต้ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญกับพิธีกรและเพื่อนสนิทอย่าง น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ซึ่งมีรายงานว่า ทั้งคู่เกิดอารมณ์รุนแรง รวมถึง น็อต ถูกวิจารณ์ถึงการวางตัวในหน้าที่พิธีกร ณ เวลานั้น

วันนี้ (23 ม.ค. 69) ภูมิ สวัสดี ผู้สมัคร สส.พรรครักชาติ ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดราม่ารายการ “แฉ” เมื่อ 20 ม.ค. 69 ระหว่าง น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์ และ เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ ซึ่งมีความเห็นทางการเมืองต่างกัน ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2

ภูมิ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเจตจำนงเสรี (Free Will) ของแต่ละบุคคลที่จะมีความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง พร้อมชื่นชม “น็อต” เป็นการส่วนตัว ที่มีจุดยืนชัดเจน ในการรักษาสถาบันมาโดยตลอด แม้จะต้องเผชิญกับกระแสสังคม หรือการถูกเลิกติดตามในโซเชียลมีเดีย แต่ยังคงยืนหยัดในความเชื่อโดยไม่หวั่นไหว ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องในฐานะคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน
“ผมชื่นชมพี่น็อตมาก ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้ เขายังสามารถยืนหยัดในอุดมการณ์ของตัวเองได้ โดยไม่สนว่า Follower จะหายไปหรือเปล่า หรือคนจะรุมด่าไหม สำหรับผม พี่เขาเท่มากที่กล้าสู้เพื่อความเชื่อทางการเมืองของตัวเอง” ภูมิ กล่าว

ขณะเดียวกัน ภูมิ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงอุดมการณ์ของอีกฝั่งว่ามีความสม่ำเสมอเพียงใด โดยตั้งคำถามว่าการเปลี่ยนแปลงท่าทีเรื่องการแก้ไขกฎหมายบางมาตรานั้น เกิดจากอุดมการณ์ที่แท้จริง หรือเป็นเพียงการไหลไปตามกระแสสังคม พร้อมทั้งปกป้องสิทธิของพิธีกรในการแสดงความเห็นทางการเมือง ว่าไม่ควรถูกปิดปากหรือถูกด้อยค่า เพราะในรัฐประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงในการสื่อสารอุดมคติของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคนในอาชีพใดก็ตาม
“เราอยู่ในรัฐประชาธิปไตย ไม่มีใครควรต้องถูกปิดปากหรือไม่มีสิทธิ์มีเสียงที่จะพูด พิธีกรมีสิทธิ์สื่อสารอุดมคติของเขา อย่าไปตัดสิน หรือด้อยค่าเพียงเพราะเขาไม่ได้มีอุดมการณ์เดียวกับคุณ” ภูมิ กล่าว
นอกจากนี้ ภูมิ มองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่ง มาจากการยุยงปลุกปั่น โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ที่พยายามสร้างกระแสความเกลียดชัง ซึ่งตนถือว่าเป็นวิธีการที่สกปรกและน่ารังเกียจ
“การมีความเห็นต่างกันไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน ถ้าไม่มีการยุยงปลุกปั่น แต่การพยายามทำให้เกิดกระแสลุกฮือในโซเชียลเพื่อสร้างความเกลียดชัง ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสกปรกและน่ารังเกียจมาก” ภูมิ กล่าวทิ้งท้าย