พท. แถลงเดินหน้าเเก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำวินิจฉัย 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

11 กันยายน 2568

พท. แถลงเดินหน้าเเก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำวินิจฉัย 

พรรคเพื่อไทยแถลงชัด เรื่อง การทำประชามติ   

วันนี้( 11 ก.ย.68) เพจเฟซบุ๊ก  พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง การทำประชามติ  ระบุว่า    จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 10 ก.ย.68 เรื่อง อำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำร้องของประธานรัฐสภา สืบเนื่องมาจากญัตติของ น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย 

เนื่องจากคำวินิจฉัยฉบับเต็มและคำวินิจฉัยส่วนตนยังไม่ประกาศเผยแพร่ มีเพียงคำแถลงข่าวของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาจากคำแถลงยังคงมีประเด็นของ ความชัดเจนแน่นอนที่นำไปสู่การถกเถียงในเนื้อหาบางประเด็น เช่น คำวินิจฉัยว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่งขัดต่อหลักการที่ว่า ประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ อีกทั้งไม่ใช่ประเด็นคำถามในอำนาจหน้าที่ที่รัฐสภาส่งไปโดยตรงแต่อย่างใด ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว บางฝ่ายได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าเพราะญัตติของพรรคเพื่อไทย เป็นเหตุให้ต้องส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องยุ่งยากสลับซับซ้อนขึ้น ประเด็นดังกล่าวต้องย้อนกลับไปเมื่อประธานรัฐสภาตัดสินใจบรรจุระเบียบวาระรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เห็นได้ชัดเจนว่า การประชุมรัฐสภาไม่อาจเกิดขึ้นได้ ปิดประตูการเสนอญัตติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสิ้นเชิง ในขณะนั้นสมาชิกบางส่วนยังยืนกรานว่ารัฐสภามีอำนาจ ไม่สมควรส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยจึงแสวงหาหนทางในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร จนสามารถผลักดันให้รัฐสภามีมติได้ 

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญพอจะสรุปสาระสำคัญได้ว่า 

1.รัฐสภามีอำนาจริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน 

2.การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐธรรมนูญด้วย 

3.รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง 

4.การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง 

ครั้งที่ 1 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 

ครั้งที่ 2 ให้ประชาชนออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่ามีวิธีการและเนื้อหาที่สำคัญอย่างไร 

ครั้งที่ 3 ภายหลังรัฐสภาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ให้ประชาชน ออกเสียงประชามติว่า เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยการออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 อาจรวมเป็นครั้งเดียวกันได้ ผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ยังยืนยัน ที่จะเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป และจะดำเนินการดังนี้ 

1.เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในหมวด 15 เป็นอย่างอื่นมิได้ คงทำได้เพียงเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น โดยให้รัฐสภาพิจารณาเป็น 3 วาระ ต้องนำไปทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) 

2.การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่อาจกระทำโดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ แต่อาจจะทำได้โดยเลือก ส.ส.ร.โดยทางอ้อม หรือ รัฐสภามีมติแต่งตั้ง ส.ส.ร.หรือ คณะกรรมาธิการขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคณะทำงานของพรรคจะไปไตร่ตรองตัดสินใจในชั้นเสนอญัตติต่อรัฐสภา 

3.สำหรับการทำประชามติ เนื่องจากต้องดำเนินการตามหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงต้องทำประชามติอยู่แล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) โดยรัฐสภาต้องแจ้งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ส่วนการทำประชามติครั้งที่ 1 จะเกิดขึ้นเมื่อใด พร้อมกันกับการทำประชามติครั้งที่ 2 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) หรือไม่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องพิจารณา เพราะการทำประชามติจะเกิดขึ้นได้ เมื่อรัฐบาลพิจารณาเห็นสมควร หรือเมื่อรัฐสภาร้องขอตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เช่นกัน 

4.สำหรับคำถามประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ควรต้องมีคือ 

คำถามแรก เห็นชอบว่าสมควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ (ครั้งที่ 1) 

คำถามที่ 2  เห็นชอบกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และสาระสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามรายละเอียดในรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 15 หรือไม่ (ครั้งที่ 2) 

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทย นำโดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง , นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ,นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว,นางมนพร เจริญศรี และนายสุธรรม แสงปทุม โดย พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า จะผลักดันและเดินหน้าให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยได้มากที่สุด  

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย https://www.facebook.com/share/p/1CfFXReWN5/