พรรคประชาชน เปิดตัว “ดร.โจ ชัยวัฒน์” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

ตามคาด! พรรคประชาชน เปิดตัว “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่า กทม. ชู 4 วาระ “ง่าย” เลี้ยงครอบครัวง่าย – ค้าขายง่าย – เดินทางง่าย – ใช้ชีวิตง่าย เปลี่ยนชีวิตโคตรยากให้สบาย

ตามที่ 21 พฤษภาคม 2569 จะครบวาระ 4 ปี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่าเจ้าตัวจะลงสนามป้องกันบัลลังก์นี้หรือไม่ ขณะเดียวกัน หลายพรรคการเมือง ต่างทยอยเริ่มเปิดตัว ผู้สมัครท้าชิงผู้ว่าฯ ให้ประชาชนได้เห็นโฉมหน้า ก่อนเข้าสู่วันเลือกตั้งใหม่ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคาะไว้เป็นวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ล่าสุด พรรคประชาชน เปิดตัวผู้ท้าชิงแล้ว

วันนี้ (5 พ.ค. 69) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย, อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร่วมแถลง กรุงเทพง่าย ๆ by ผู้ว่าประชาชน พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ต่อมา มีการเปิดตัว นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาชน

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า มีคนบอกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สบายที่สุดมีสิ่งสุดยอดทั้งหมด โรงพยาบาลดีที่สุด โรงเรียนอินเตอร์ระดับโลก โรงแรมระดับ 7 ดาว ซึ่งเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ถ้ามีเงินมากพอ แต่หากถามป้าขายข้าวแกง ไรเดอร์ พนักงานออฟฟิศ ว่าชีวิตของพวกเขาง่ายหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่มีใครบอกว่าชีวิตง่ายเลย เพราะชีวิตในเมืองนี้มันยาก

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ชีวิตคนกรุงเทพฯ มันยาก เพราะยากจริง ๆ แต่เหมือนจะชาชินไปแล้ว และต่อสู้ชีวิต มีเป้าหมายหาเงินให้มากพอ เพื่อชีวิตที่ง่ายและสบาย จนเลิกเชื่อว่า เมืองกรุงเทพมหานคร จะทำให้ชีวิตของพวกคุณดีกว่านี้ได้ ซึ่งนี่คือความโหด ความแคบลงของความหวังคนกรุงเทพฯ ที่เชื่อว่ากรุงเทพมหานครจะดีขึ้นได้ ทุกคนต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง จนลืมไปว่าชีวิตไม่ควรจะยากแบบนี้

“ผมอยากชวนทุกคนมาร่วมฝัน ว่าถ้าเราจะฝันถึงชีวิตคนกรุงเทพฯ ที่ดีกว่านี้ เราจะฝันอะไรร่วมกันได้บ้าง และในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่กำลังจะมาถึงนี้ ที่ผ่านมาเรามีการถกเถียงอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นใครจะลงสมัครผู้ว่าฯ ซึ่งแทบจะไม่มีการพูดถึงวาระของเมือง ว่ากรุงเทพฯ ควรจะเป็นเมืองแบบไหน ควรจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร ซึ่งผมมั่นใจว่า กรุงเทพฯ ต้องดีกว่านี้ได้ และพวกเราสมควรที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ได้” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ต่อมา นายชัยวัฒน์ ได้นำเสนอวาระการบริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อเป้าหมายระดับมหานครชั้นนำของโลก และเป็นหลังพิงเวลาล้ม และเป็นลมใต้ปีกเมื่อคุณพร้อมจะเดินไปข้างหน้า เป็นเมืองที่คอยโอบอุ้มเวลาลำบาก และเป็นเมืองที่ให้โอกาสเวลาที่คุณจะก้าวกระโดด

สำหรับการพัฒนาคน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ เวลา เพราะกรุงเทพฯ ทุกวันนี้เต็มไปด้วยความยาก แค่การใช้ชีวิตในแต่ละวัน การทำภารกิจแต่ละวัน เราสูญเสียเวลาไปแล้ว 3-4 ชั่วโมง ฉะนั้น จุดเริ่มต้นที่จะทำให้เมืองนี้พัฒนาคน คือการคืนเวลาให้คนกรุงเทพ และนี่คือเหตุผลที่ทำไมต้องทำให้กรุงเทพฯ ง่าย ด้วย 4 ง่าย ดังนี้

1. เลี้ยงครอบครัวง่าย : กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ช่วยให้คนเลี้ยงลูกง่าย และช่วยให้คนกล้าที่จะมีลูก ผมในฐานะพ่อแม่เข้าใจดีว่า เวลาพ่อแม่ออกไปทำงาน และต้องกังวลว่าลูกจะอยู่กับใคร กรุงเทพฯ มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 256 แห่ง แต่เราดูแลเด็กเล็กเพียง 15% จากทั้งหมดเท่านั้น ฉะนั้นจะต้องลงทุนพัฒนา และลงทุนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเหล่านี้ ให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในการนำลูกมาฝากเลี้ยง และออกไปทำงานได้อย่างมั่นใจ รวมถึงผู้สูงวัย ที่กรุงเทพฯ มีกว่า 1.4 ล้านคน แบ่งเป็นติดบ้าน 20,000 คนและติดเตียง 15,000 คน ซึ่งควรจะต้องมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบ Day Care ทำให้ท่านมีสังคม มีเพื่อน มีกิจกรรม และรวมถึงการมีนักดูแลผู้สูงอายุในบ้าน เพิ่มอีก 5,000 คน รวมถึง การหาหมอ โดยตอนนี้มีศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ซึ่งเราสามารถเพิ่มศักยภาพให้ศูนย์ฯ รองรับผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้มากกว่า 1 ล้านคน

2. ค้าขายง่าย : เพิ่มพื้นที่ค้าขายโดยไม่ต้องจ่ายส่วย เพราะกรุงเทพฯ ต้องเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาสค้าขาย โดยใช้พื้นที่ที่มีศักยภาพของทั้งจังหวัดและรัฐ รวมถึงการพัฒนาย่านท่องเที่ยว โดยประชาชนย่านนั้นเอง เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวกว่า 30 ล้านคนใน 1 ปี ฉะนั้นหากสร้างเรื่องราวของเมือง สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ให้เมือง จะได้พัฒนารายได้ให้ย่านชุมชนนั้น ๆ รวมถึง การสร้างงานสร้างอาชีพ เปลี่ยนโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่งในพื้นที่ ให้เป็นศูนย์ Re-Skill พร้อมการจ้างงาน โดยนำนายจ้าง ที่ต้องการหาคนงานเข้ามาฝึก พร้อมหางานให้คนทำไปพร้อมกัน นี่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นลมใต้ปีก ค้าขายง่าย หางานง่าย คว้าโอกาสง่าย

3. เดินทางง่าย : สิ่งที่คนไม่มีรถต้องการจาเมืองนี้มากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร สามารถเดินเท้าได้ เพราะการเดินเท้าได้ จะเอื้อให้เราหันมาใช้ขนส่งสาธารณะได้มากขึ้น กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีทางเดินในร่ม ในจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ ท่าเรือ อีกอย่างคือ ออกจากบ้านแล้วทำอย่างไรที่ไม่ต้องไปรอว่ารถจะมาหรือไม่ ซึ่งกรุงเทพฯ จะเป็นเจ้าภาพรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ จัดเรือ รถไฟ รถเมล์ ให้สามารถดู วางแผนการเดินทาง และมีข้อมูลพิกัด GPS ได้ ทุกการเชื่อมต่อเหล่านี้ ถ้าทำให้เกิดขึ้นได้ คนจะหันมาใช้มากขึ้น

“การทำให้คนกรุงเทพฯ เดินทางง่ายโดยไม่ต้องมีรถ เป็นการคืนเวลาบนท้องถนนให้กับคนกรุงเทพฯ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

4. ใช้ชีวิตง่าย : คนกรุงเทพฯ ไม่ต้องทนกับกลิ่นขยะ ไม่ต้องทนการติดต่อราชการที่ไม่ตรงไปตรงมา เพราะเวลาคนกรุงเทพมหานครมีคุณค่า และสำคัญกว่าการที่จะใช้เรื่องเหล่านั้น กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองที่มีมลพิษต่ำ การจัดการขยะต้องมีมาตรฐาน โรงกำจัดขยะกลางเมือง หากมีการปล่อยกลิ่นเหม็นจำเป็นต้องหยุดดำเนินการทันที และปรับปรุงให้เป็นระบบปิด ที่ไม่ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข และการติดต่อราชการ การขออนุญาตเปิดร้านอาหาร ก่อสร้าง ใบอนุญาตต่าง ๆ อาจมี 2 ทางเลือกคือ 1. รอ 2. จ่ายใต้โต๊ะ ระบบแบบนี้ไม่ควรจะต้องมีต่อไป คนกรุงเทพฯ จะต้องได้รับบริการที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา และต้องเป็นเมืองที่ทำให้แบบนี้เป็นเรื่องง่าย

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โดยเข้าร่วมทีมบริหารเศรษฐกิจพรรค ด้านการต่างประเทศ และมุ่งเน้นนโยบายการเงิน นวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล