นับถอยหลังอีกประมาณ 1 เดือน สู่การเปลี่ยนแปลงพ่อเมืองกรุงเทพมหานคร ภายหลัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เตรียมดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และจะนำไปสู่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร 28 มิถุนายน 2569 นี้ ล่าสุด เจ้าตัวได้ยื่นลาออกก่อนครบวาระแล้ว

วันนี้ (18 พ.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดใจภายหลังประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง ว่า ใบลาออกไปเช้าวันนี้แล้ว มีผลทันทีในเวลา 17.00 น. เพราะคืนนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศร่วมงานรับปริญญาของลูกชาย (แสนปิติ สิทธิพันธุ์) จะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนเวลาราชการ และไม่ต้องมีรักษาการ โดยยืนยันว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในสมัยต่อไป
นายชัชชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเน้นนโยบายเรื่องผลิตภาพ (Productivity) เพราะขณะนี้เราต้องแข่งกับเมืองทั่วโลก ทำอย่างไรใช้ทรัพยากรให้น้อยเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้มากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี ประกอบไปด้วย 3 เรื่องคือ ความสุข โอกาส และความหวัง เพราะช่วงที่ผ่านมาเรามีความสุขมากขึ้น เมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปจึงต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แข่งขันกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกในอนาคต
เมื่อถามว่าช่วงที่ลาออกจะมีช่องว่าง มีความเป็นห่วงอะไรหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร มันเป็นเรื่องของทีมงาน ข้าราชการทุกคนอยู่ต่อ นโยบายทำต่อ เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่มีช่วงที่ว่าง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกคนใหม่เข้ามา ที่ผ่านมางานต่าง ๆ ข้าราชการและทีมงานก็ทำได้ดี
“ต้องทำสิ เพราะเขาจ่ายเงินถึงวินาทีสุดท้าย มีเรื่องที่เป็นห่วงอยู่เยอะ” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เช้าวันนี้จะไปลงพื้นที่เขตดอนเมือง เพราะเป็นจุดที่น้ำท่วมหนักที่สุดตั้งแต่ปีแรก ๆ ที่เราเข้ามา ซึ่งขณะนี้ทำถนนน่าจะเสร็จตามแผนแล้ว อยากไปเยี่ยมเพราะเป็นจุดที่เรากังวล มีบางโครงการที่ยังกังวล เช่น เรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียที่ฝั่งธนฯ คืบหน้าไม่มากนัก จึงฝากปลัดกรุงเทพมหานครดูแลต่อให้ดี และฝากส่งต่อถึงผู้บริหารชุดใหม่ด้วย ขณะที่ทีมงานที่จะช่วยกันเดินหาเสียงคงจะเป็นชุดเดิม และคงมีชุดใหม่เข้ามาด้วย ขอบคุณทีมงานและข้าราชการลูกจ้างที่ช่วยกันทำงานอย่างดีมาก ๆ ในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา
ยังให้คะแนนตนเอง 5 เต็ม 10 อยู่หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่ให้ 5 คะแนนเพราะไม่ควรถามตัวเอง การให้คะแนนตัวเองเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราให้ทีมงาน 8 คะแนน จึงขอให้คนอื่นให้คะแนนเราดีกว่า เพราะพูดไปมีทั้งคนชอบไม่ชอบ ส่วนสิ่งที่พอใจมากที่สุดในตลอด 4 ปี คงเป็นพวกการตอบสนองปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกับประชาชน เชื่อว่าระบบต่าง ๆ เช่น Traffy Fondue ทำให้ข้าราชการเห็นความสำคัญของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก เมื่อก่อนใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในเรื่องหนึ่ง แต่ 4 ปีที่ผ่านมาเหลือแค่ 1.9 วันโดยเฉลี่ย
ดังนั้นเรื่องที่ประชาชนสั่งการมา เราทำได้เร็วขึ้น ประชาชนรู้สึกว่ามีการกระจายอำนาจไปได้มากขึ้น ประชาชนไว้ใจเรามากขึ้น เพราะตอนที่เราเข้ามาวันแรก ๆ ประชาชนไม่ไว้ใจ กทม. มีแต่เรื่องใต้โต๊ะ ทุจริต สั่งการอะไรก็ไม่ทำให้ เราก็ไม่ไว้ใจประชาชน ประชาชนบ่นก็ไม่ค่อยฟัง แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทำให้เราหันหน้าเข้าประชาชนมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนกฎหมาย ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยไม่ใช้เงินลงทุนแต่ได้ผลตอบแทนที่มีค่ามากขึ้น คงต้องทำต่อเชิงรุกมากขึ้น ที่ผ่านมาเราให้ประชาชนแจ้งเหตุ แต่ต่อไปเราต้องลงไปหาปัญหามากขึ้น
“ประกาศลงต่อไปตั้งแต่เมื่อวาน ไม่มีอะไรหรอก ชีวิตเดินต่อไปสบายสบาย Just another day แค่อีกวันหนึ่งในชีวิต หลัง 5 โมงอยู่ไม่ได้แล้ว ไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ แล้วกลายเป็นประชาชนเต็มขั้น คงขี่จักรยานไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านตามปกติ” นายชัชชาติ กล่าว
