บทวิเคราะห์ฟันฉับ! การ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ใหม่ของไทยอาจแก้ไม่ถูกจุดหรือไม่? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

12 กันยายน 2568

บทวิเคราะห์ฟันฉับ! การ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ใหม่ของไทยอาจแก้ไม่ถูกจุดหรือไม่? 

ไขข้อสงสัย? รัฐธรรมนูญใหม่ของไทยอาจแก้ไม่ถูกจุดหรือไม่ 

วันนี้ (12 ก.ย.68)  เพจเฟซบุ๊ก  ฤๅ – Lue History  ได้ออกมาโพสต์โต้แย้งเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาของประเทศไทยอย่างที่เข้าใจกัน แต่มันอาจอยู่ที่นักการเมืองไทยที่ไม่เคารพรัฐธรรมนูญด้วยหรือป่าว?  

ซึ่งทุกครั้งที่มีการเสนอ “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” เรามักถูกชี้นำให้มองว่า นี่คือทางออกของปัญหาการเมืองไทย แต่หากมองลึกลงไปจริง ๆแล้วจะพบว่า สิ่งที่ผลักดันเรื่องนี้ไม่ใช่ความห่วงใยในประชาธิปไตย หากแต่คือความต้องการของนักการเมืองบางกลุ่ม ที่อยากได้อำนาจมากกว่าที่ควรจะมี  เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญไม่ใช่ “ปัญหาหลัก” รัฐธรรมนูญไทยอาจไม่สมบูรณ์ แต่ทุกฉบับก็ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อวางกติกา หากกติกาไม่ได้ถูกเคารพ ต่อให้เปลี่ยนอีกกี่ฉบับ ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะปัญหาที่แท้จริงคือ ผู้เล่นการเมือง ที่เอาเปรียบกติกาใช้อำนาจในทางที่ไม่ควรและหาช่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดการตรวจสอบ 

จากข้อมูล กกต. พบว่า กระบวนการทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จะใช้เงินประมาณ 13,500–14,000 ล้านบาท 
  -3 ครั้งของการทำประชามติ = 9,750 ล้านบาท 
– ค่าตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) = 500–1,000 ล้านบาท 
– ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวม ๆ = 14,000  ล้านบาท   
 
แล้วได้อะไรจากการลงทุนนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่เกิดจากแรงผลักดันเพื่อลดการตรวจสอบ ก็เท่ากับว่า เงินภาษี 14,000 ล้าน ถูกใช้เพื่อ ขยายอำนาจนักการเมือง ไม่ใช่เพื่อประชาชน ทำอำนาจที่ไม่ถูกตรวจสอบ = ต้นตอของรัฐประหาร ทั้งนี้ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ชี้ชัดว่า ทุกครั้งที่นักการเมืองใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบ ความขัดแย้งก็ตามมา และสุดท้ายมักเปิดทางให้เกิดรัฐประหาร ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เรียกรัฐประหารมา แต่เป็น พฤติกรรมการเมืองที่ไม่เคารพกติกา 
ดังนั้น การทุ่มเงินมหาศาลไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่ได้แก้ที่ “นิสัยทางการเมือง” ก็เหมือนเอาภาษีประชาชนไปทิ้งเปล่า ๆ 


 
สิ่งที่ควรแก้ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ แต่คือ “การเมือง” ด้วยวิธีดังนี้  
 
1. เพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ต่อผู้ทุจริตและนักการเมืองที่ฝ่าฝืนกติกา 
 
2. ทำให้องค์กรตรวจสอบเข้มแข็งขึ้น ไม่ใช่ถูกลดอำนาจ 
 
3. สร้างวัฒนธรรมการเมืองแบบรับผิดชอบ ไม่ใช่หลบเลี่ยงความผิดแล้วผลักไปแก้ที่รัฐธรรมนูญ 
 
4. ยกระดับความรู้ทางการเมืองของประชาชน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการสร้างวาทกรรม 
 
 

นักการเมืองมักใช้คำว่า “เขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อประชาธิปไตย” แต่คำถามที่สังคมควรถามกลับคือ 
ประชาธิปไตยแบบไหน? ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่นักการเมืองอยากได้อำนาจล้นเกิน ไม่ยอมให้ตรวจสอบ ก็ไม่ต่างอะไรจากการเปลี่ยนชื่อเผด็จการมาเป็น “ประชาธิปไตย” ซึ่งปัญหาของไทยไม่ใช่ “รัฐธรรมนูญ” แต่คือ นักการเมืองที่ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ 
ดังนั้น การเสียเงินภาษี 14,000 ล้าน เพื่อเขียนฉบับใหม่ มันไม่ใช่คำตอบคำตอบที่แท้จริง ควรปรับพฤติกรรมทางการเมือง และ ทำให้ระบบตรวจสอบเข้มแข็งเพราะสุดท้าย ต่อให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่อีกสิบครั้ง หากนักการเมืองยังเหมือนเดิม ประเทศก็จะวนอยู่ในวงจรเดิม เสียเงิน เสียเวลา แต่ไม่เคยได้ประชาธิปไตยจริง ๆ 

เรียกว่าฟาดหนัก ฟาดแรง  แต่ก็จริงในเรื่องของนักการเมืองที่กินอำนาจมากจนเกินไป จนทำให้อิทธิพลของรัฐธรรมนูญด้อยค่าลงและไม่ได้รับในแบบที่ถูกต้องจริงๆ   

ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก  ฤๅ – Lue History https://www.facebook.com/share/p/1CT5ap5mTT/