ชี้ชะตา “แพทองธาร” ปมคลิปเสียง “ฮุน เซน” หลุดเก้าอี้นายกฯ ?
บวรวัฒน์ อีจัน
28 สิงหาคม 2568

นับถอยหลังเข้าสู่วันชี้ชะตา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 ของประเทศไทย ท่ามกลางการจับตาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงสนทนาสะท้านเมืองไทยระหว่าง น.ส. แพทองธาร ชินวัตร และสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ซึ่งถ้อยคำในบทสนทนาช่วงหนึ่ง มีการกล่าวพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าไม่ใช่พวกของเรา จนสร้างแรงกระเพื่อมในความไม่พอใจ ต่อประชาชนไทยอย่างมาก

พอมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจไม่ทราบช่วงเวลาที่เกิดขึ้นอย่างแน่ชัด วันนี้ “อีจัน” ได้ไล่เรียงไทม์ไลน์ มาให้ทุกคนได้ทราบตั้งแต่จุดเริ่มต้นและก่อนถึงจุดสิ้นสุด ที่ไม่อาจเดาบทสรุปได้ (ณ ตอนนี้)
เรื่องราวนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ภายหลังบนโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนา 17 นาทีเศษ ที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นการพูดคุยระหว่าง น.ส แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นการพูดคุยเจรจา เพื่อหาทางออกจากปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทยและกัมพูชา โดย 1 ไฮไลท์สำคัญของคลิปเสียงนี้ คือการพูดว่า..
“ไม่อยากให้ไปฟังฝ่ายตรงข้าม อย่างพวกแม่ทัพภาคที่ 2 เพราะเป็นคนของฝั่งตรงข้าม ทางนั้นเขาอยากจะดูเท่ ก็จะพูดอะไรออกมาที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ”

ในเวลาต่อมา สมเด็จเตโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าคลิปเสียงสนทนาดังกล่าวเป็นของจริง โดยได้สนทนากับ น.ส. แพทองธาร ยาว 17.06 นาที ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2568 พร้อมให้เหตุผลการบันทึกเสียงสนทนาว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือการบิดเบือนในเรื่องทางราชการ รวมถึงเพื่อใช้เป็นข้อมูลภายในของกัมพูชาด้วย
แต่เท่านั้นยังไม่พอ..
สมเด็จเตโช ฮุน เซน ยังบอกอีกว่า คลิปเสียงสนทนาระหว่างเขา กับ น.ส. แพทองธาร ถูกส่งต่อให้บุคคลอื่น ๆ รวม 80 คน ซึ่งรวมถึงสมาชิกคณะกรรมการถาวรของพรรค คณะทำงานวุฒิสภา ทีมสภาแห่งชาติ คณะทำงานด้านการต่างประเทศ หน่วยงานด้านการศึกษาและการสื่อสาร กลุ่มงานชายแดน และสมาชิกกองทัพด้วย

จากนั้นไม่นาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงการณ์ด่วนเพื่อชี้แจงกรณีคลิปเสียงที่เกิดขึ้น โดยเธอชี้แจงว่า ได้ทราบข้อมูลจากคนที่เป็นล่ามว่า ฮุน เซน โกรธแม่ทัพภาค 2 มาก ซึ่งในตอนนั้นจำเป็นต้องพูดแบบนี้ เป็นเทคนิคในการพูดหลังไมค์หลังบ้าน เจรจาต่อรอง ซึ่งการคุยโทรศัพท์มันก็ไม่ควรเอามาเปิดเผย
น.ส.แพทองธาร ชี้ว่าความต้องการ ฮุน เซน (การปล่อยวิดีโอบันทึกเสียง) เป็นความต้องการคะแนนนิยมในประเทศ โดยไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าไม่ขอคุยส่วนตัวด้วยอีกต่อไป เพราะมีปัญหาเรื่องความไว้ใจ

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ยื่นคำร้องจาก 36 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร โดยบ่งชี้ว่าเสียงสนทนาดังกล่าว ขาดความซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง อันมีผลให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ม.170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82
ต่อมาวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ให้มีผลทันทีจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย พร้อมเปิดให้ น.ส.แพทองธารฯ ยื่นคำร้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
กระทั่ง 21 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งเพื่อไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร (ผู้ถูกร้อง) และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จากกรณีคลิปเสียงข้างต้น พร้อมกำหนดพิจารณานัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น. ซึ่ง น.ส. แพทองธาร จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ฐานะรัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม และแถลงหลังคำวินิจฉัยเสร็จสิ้น