กกต. ทำตัวเป็นลิงแก้แห หลังมีประเด็นเดือดบัตรเลือกตั้งมี “บาร์โค้ด”   

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

25 กุมภาพันธ์ 2569

กกต. ทำตัวเป็นลิงแก้แห หลังมีประเด็นเดือดบัตรเลือกตั้งมี “บาร์โค้ด”   

เรื่องดราม่า กกต. ยังคาใจประชาชนตอนนี้ เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเบบไหนบ้าง?  

ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสหรือไม่ กกต. เองแม้จะทำตัวเป็น “เตมีย์ใบ้” ไม่ออกมาให้ความเห็น แต่ดูจากอาการที่ทำแล้วบอกเลยว่าออกอาการเมาหมัด และยิ่งแก้ยิ่งยุ่งเหมือนสำนวนโบราณที่เรียกว่า “ลิงแก้แห” 

ซึ่งคำว่า “ลิงแก้แห” คนรุ่นใหม่อาจะไม่รู้จักคำนี้ แต่ให้นึกสภาพของลิงที่ไม่รู้ประสีประสา พยายามแก้ปมของ “แหตาข่าย” ที่พันกัน แต่ด้วยความที่ไม่มีความรู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวแทนที่จะทำให้แหคลายปมกลับทำให้แหพันกันยุ่งเหยิงกว่าเดิม ปัญหาใหญ่ของ กกต. ในวันนี้คือข้อกล่าวหาเรื่องการจัดทำ “บาร์โค้ด” ในบัตรเลือกตั้งอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดย “ลับ” 

ทุกวันนี้ที่ทาง กกต. เองยังยืนกระต่ายขาเดียวในประเด็นว่า การเลือกตั้งมี “บาร์โค้ด” นั้น ยันว่ายังเป็นความลับ แต่ความจริงที่ยอมรับแบบกลายๆก็คือ ถ้าเอาจริงๆ สามารถหาต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งมาเทียบกันได้ มันก็ตามได้ว่า “ใคร” เลือก “ใคร” ข้อเท็จจริงจึงเป็นเช่นนี้ว่ามีทางที่จะเช็กจริงๆ 

ถ้าไม่ยอมรับ กกต. ก็คงไม่ยุ่งและหารือกันนานเกี่ยวกับการลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 ก.พ. รวมถึงการนับคะแนนใหม่ 

เริ่มที่การนับคะแนนใหม่ กกต. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ว่าเวลานับคะแนนที่ต้องโชว์บัตรขึ้นมาให้ใช้ “นิ้ว” ของคนนับบังที่ “บาร์โค้ด” ไม่ให้ใครมองเห็น นี่คือการยอมรับแบบชัดว่ามีปัญหาจริงๆ ขณะที่การลงคะแนนใหม่ ก็มีคนไปพบว่า บัตรเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะแม้จะยังมี “บาร์โค้ด” ที่ตัวบัตร แต่ที่ต้นขั้วบัตร ไม่มีการพิมพ์เลขที่เล่ม และ ไม่มีเลขที่บัตร เหมือนกับบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา แม้ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งจะนั่งยัน นอนยันว่ามี แต่ภาพที่ปรากฏกลับขัดแย้งออกไป เพราะมันชัดเจนว่าไม่ทั้งเลขที่และเล่มที่ ยิ่งยืนยันชัดว่า กกต. รับรู้แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหา  

เเละชัดเจนว่า กกต. รู้เรื่องบัตรที่มีเลขที่ เล่มที่และ บาร์โค้ด ไม่ได้ “ลับ” จริงอย่างที่พยายามชี้แจง ขณะที่มีรายงานว่า บัตรที่ใช้ในการลงคะแนนใหม่ กกต. จัดพิมพ์ใหม่ทั้งหมด โดยอ้างว่าที่ต้องพิมพ์ใหม่เพราะเป็นไปตามระเบียบของ กกต.  

อย่างไรก็ตามที่เราต้องใช้คำว่า “ลิงแก้แห” ก็เพราะ กกต. กระทำการเช่นนี้จึงเหมือนเป็นการยอมรับกลายๆกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมามีความผิดพลาดเกิดขึ้น และเป็นหลักฐานที่มัดตัวเองแบบที่สุดหากมีคนนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องทางกฎหมาย  

ทั้งนี้ การพิมพ์บัตรใหม่ ยังมีคำถามว่าทำไม กกต. ต้องพิมพ์บัตรใหม่ เพราะตามขั้นตอนการเลือกตั้งปกติ กกต. ต้องพิมพ์บัตรสำรองอยู่แล้ว โดยเพิ่มจากบัตรเดิมอีกประมาณ 5% ซึ่งนี่ไม่ใช่แนวปฏิบัติใหม่ แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ กกต. ทำมาตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรแห่งนี้ ดังนั้นคำอ้างที่ว่าเมื่อเสร็จแล้วเอาบัตรไปทำลายทิ้ง หรือใช้หมดจึงมีข้อสงสัยทับกลับไปว่าเพราะเหตุใด และยังมีข้อสงสัยจาก “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. บอกว่า หากบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ใหม่แล้วไม่เหมือนกับบัตรตามเงื่อนไขการจ้างก่อนหน้า เท่ากับการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ใช้บัตรที่ชำรุดเสียหายไม่ตรงกับ TOR การจ้างมาใช้ในการเลือกตั้ง ก็อาจมีการร้องให้การเลือกตั้งหน่วยนี้เป็นโมฆะ 

เมื่อกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด กกต. ก็จะเมาหมัดมากขึ้นเรื่อยๆ และปัญหาก็จะถูกทบด้วยปัญหาไม่สิ้นสุด เเละ กกต. อาจต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อสิ่งที่ตัวเองสารภาพไปแล้วด้วยการกระทำ 

สุดท้ายเเล้วเรื่องนี้ยังกลายเป็นที่จับตามองเเละเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากค่ะ