นายกฯอิ๊งค์ เผย ทางการจีนชื่นชม ตัดวงจรแก๊งคอลฯ ลั่น! ไม่สนม็อบพม่าต้าน
บวรวัฒน์ อีจัน
8 กุมภาพันธ์ 2568

วันนี้ (8 ก.พ.68) เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้เปิดเผยบทสัมภาษณ์ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศจีน โดยนายกฯอิ๊งค์กล่าวว่า “ทางการจีนได้ชื่นชมประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ พร้อมลั่นไม่สนใจเรื่องกลุ่มชาวเมียนมารวมตัวประท้วง หลังจากตัดน้ำมัน-ไฟ ย้ำปล่อยให้เป็นการแก้ปัญหาของแต่ละประเทศ”

โพสต์ระบุว่า
วันที่ 8 ก.พ. 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนประเทศจีน และได้คุยกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เรื่องการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ว่า อันนี้ดีมาก ๆ ทางจีนก็สนับสนุนในเรื่องที่เราทำ อย่างตอนที่ไปถึง ประธานาธิบดีจีนก็เอ่ยชมเรื่องนี้ เห็นว่าประเทศไทยทำอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นการตัดสินใจเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
เมื่อถามว่า ทางจีนจะสนับสนุนเรื่องการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ทางนั้นบอกว่าจริงๆ ต้องทำงานร่วมกัน ในส่วนของจีนเองก็จะทำงานเรื่องนี้เข้มข้นเช่นกัน เพราะเป็นเรื่องที่กระทบทั่วโลก ในรายละเอียด เราก็ส่งเวิร์คกิ้งกรุ๊ป หรือ คณะทำงานที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ รวมกันระหว่างไทย-จีน หากมีอะไรเพิ่มเติมก็จะคุยกันผ่านคณะทำงานนี้
ส่วนจะทำอย่างไรหลังมีการตัดน้ำตัดไฟไปแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องดูเรื่องของตัวเลขด้วย ว่าลดได้แค่ไหนบ้าง และประชาชนมีผลตอบรับกลับมาอย่างไร เพราะการทำสิ่งเหล่านี้ เป็นการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และป้องกันเรื่องภัยอันตราย และก็ทราบแล้วว่ามีการประท้วงจากทางเมียนมา แต่อย่างที่บอก เราต้องดูแลคนของเราก่อน เพราะดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย คิดว่าทางนั้นก็ต้องดูแลประชาชนของตัวเอง ทุกประเทศต้องดูแลคนของตัวเอง
เมื่อถามว่า มีการเริ่มต่อต้านการซื้อสินค้าจากไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอระหว่างรัฐบาล และรัฐบาลคุยกันในรายละเอียด
ส่วนเรื่องที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุถึงเรื่อง ‘ชั้น 25’ ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา และอาจมีการถอนสัญชาติ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในรายละเอียดเรื่องนี้ ยังสามารถทำได้อีกเยอะ สิ่งที่นายทักษิณพูดก็เป็นข้อแนะนำ และตนก็จะไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งเรื่องที่จะได้พูดคุยกัน

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว