“เท้ง” ยืนยัน ยื่นนับคะแนนใหม่ พื้นที่ผิดปกติ จับพิรุธบางพรรค ใช้สูตร “หลบเขต” เอื้อกัน ?

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

9 กุมภาพันธ์ 2569

“เท้ง” ยืนยัน ยื่นนับคะแนนใหม่ พื้นที่ผิดปกติ จับพิรุธบางพรรค ใช้สูตร “หลบเขต” เอื้อกัน ?

วันนี้ (9 ก.พ. 69) เวลา 15.00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งโต๊ะแถลงผลการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้อง ก.ก.ต. ตรวจสอบความผิดปกติของการนับคะแนนหลายเขต

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างแรก ณ ตอนนี้ ที่ทีมงานพรรค ได้ประสานไปยังผู้สมัครในพื้นที่ พบว่าผลการเลือกตั้ง สส.เขต คาดว่าจะได้ 88 เขคต และบัญชีรายชื่อกว่า 30 เขต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างผลการเลือกตั้งที่สมบูรณ์

อย่างที่สอง ในเรื่องของกระบวนการเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลือกตั้ง ในภาพรวม เราได้แถลงน้อมรับผลการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ผมและพรรคประชาชน พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการปกป้องทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง คะแนนเสียงผิดปกติ เช่นส่วนของ คุณสุวิภา กุศลจูง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 ลำปาง พบบัตรเสียงกว่า 7,000 ใบ ขณะที่ส่วนต่างแพ้ชนะอยู่ที่ 2,000 เท่านั้นเอง โดยส่วนนี้จะมีการดำเนินการขอนับคะแนน

ส่วนอีกตัวอย่าง ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 3 ขอนแก่น พบว่า มีกรณีแพ้ชนะกันแค่หลักร้อย แต่พบบัตรเสียง บัตรเขย่งผิดปกติค่อนข้างมาก โดยตัวผู้สมัคร ได้ดำเนินการขอนับคะแนนใหม่เช่นเดียวกัน รวมถึงเหตุผิดปกติอื่น ๆ อาทิ ปทุมธานี ที่ กปน. ปิดห้องนับคะแนน ซึ่งผลนับคะแนนรอบใหม่ไม่ได้แตกต่างมากนักกับผลเดิม แต่กระบวนการที่โปร่งใส่ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะละเลยไม่ได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยขณะนี้ พรรคประชาชน ได้แต่งตั้ง ธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษาทางกฎหมายของพรรค จะเป็นหัวเรือการตรวจสอบทุกกรณีที่เกิดเหตุผิดปกติ

ปัจจัยการแพ้ชนะในการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีหลายอย่าง แน่นอนว่า การบริหารจัดการภายในพรรค ผู้สมัครภายใน ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบในนั้น จะเป็นสิ่งที่พวกเราจะถอดบทเรียนร่วมกัน โดยเราจะทำงานให้หนักขึ้น รู้ทันกลยุทธ์การเมืองของฝ่ายตรงข้าม เพื่อเตรียมตัวที่จะชนะศึกการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น

การพ่ายแพ้ดดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะอะไร ? นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าผลคะแนนการเลือกตั้งยังไม่ 100% แต่พอจะเห็นภาพรวมในบางกรณี ซึ่งผมขอยกตัวอย่างกรณีที่บางเขต ฝ่ายตรงข้ามอาจมีการหลบเขต ซึ่งหลายเขตที่ยกตัวอย่าง ต้องลองมองย้อนกลับปี 2566 คะแนนเราไม่ลดลง แถมเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่อาจไม่ได้เกิดจะการทำหน้าที่บกพร่องของผู้สมัครแต่อย่างใด แต่ผลแพ้ชนะบางทีอยู่ที่บริบทคู่ต่อสู้ ว่าแข่งกันเอง หรือหลบหลีกเขตให้กันหรือไม่ พร้อมย้ำว่า นี่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เราแพ้การเลือกตั้ง โดยเราเคารพคะแนนเสียงของประชาชน

กรณีใช้ สส.หน้าใหม่ แข่งกับหน้าเก่าในพื้นที่ จนทำให้เกิดความพ่ายแพ้ ทางพรรคจะดำเนินการอย่างไรต่อ ? นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารพรรค โดยยอมรับตามข้อเท็จจริงว่า แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ภาพรวมเราจะแพ้การต่อสู้เชิงระบบ แต่ระบบการเมืองบ้านเราที่ผ่านมายังมีเรื่องเครือข่าย ฉะนั้น ยอมรับว่าการที่จะชนะเลือกตั้ง การทำงานเครือข่ายเชิงลึกในพื้นที่ ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน จะเป็นการบ้านให้พวกเรามากกว่านี้

เหตุพ่ายแพ้การเลือกตั้ง เนื่องจากให้โอกาส อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกฯ ก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราน้อมรับทุกเหตุผล แต่การพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง