จากวลีสะเทือนหน้าการเมืองไทย ช่วยน้ำเงินด้วย เมื่อ (28 พ.ค. 69) ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ควงแขน นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร 1 ในข้าราชการที่ถูกโยกย้าย จ.ภูเก็ต ยื่นร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงนำหลักฐานแชตสนทนา อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ อธิบดีฯ จะตอบโต้ยืนยัน ไม่ใช่แชตของตัวเอง นั้น
(29 พ.ค. 69) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาว ปมข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ชี้ ถ้าทำจริง ถือว่าใช้อำนาจโยกย้ายโดยมิชอบ ส่อแววมหันตภัยร้าย “ระบอบสีน้ำเงิน”
โพสต์ระบุว่า

[ ข้อความปริศนา “ช่วยน้ำเงินด้วย พิสูจน์ได้ ถ้าทำจริง นี่คือมหันตภัยของ #ระบอบสีน้ำเงิน ]
กรณีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยแชตปริศนา โดยอ้างว่าผู้บังคับบัญชาส่งข้อความมาว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” หลังจากที่ตนรายงานข้อมูลสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่
การเปิดเผยดังกล่าว ทำให้ประชาชนตกใจอย่างมาก ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง นี่คือ การใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการโดยมิชอบ และเป็นการสั่งการให้ข้าราชการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้ง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงมหันตภัยร้ายของ #ระบอบสีน้ำเงิน ที่กำลังบ่อนทำลายหลักความเป็นกลางของระบบราชการ และกัดกินระบบนิติรัฐอย่างร้ายแรง
เบื้องต้นนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ให้ปฏิเสธว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าว และไม่ทราบเรื่อง

ซึ่งในประเด็นนี้ การที่จะพิสูจน์ว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ นั้นไม่ยากเลย เพราะสามารถตรวจสอบแชตย้อนหลังได้อยู่แล้ว และแม้ว่าจะมีการลบแชตไปแล้ว ก็ยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพราะบัญชีไลน์ และเบอร์โทรศัพท์ของคู่สนทนาทั้งสองฝ่าย นั้นเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว
บัญชีผู้ใช้งาน Line ในการใช้งานแต่ละครั้ง จะสามารถ Login บนโทรศัพท์ Tablet และคอมพิวเตอร์ ได้ประเภทละเครื่องเท่านั้นครับ เป็นไปได้ยากมากนะครับ ที่คนระดับอธิบดี จะปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ เอาบัญชีผู้ใช้งาน Line ของตัวเอง ไป Login ใช้งาน โดยที่ตนไม่รู้
อย่างไรก็ตาม หากแชทปริศนานี้เป็นเรื่องจริง ก็คงจำเป็นต้องมีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ให้เข้ามาสืบสวน สอบสวน และพิจารณาชี้มูลความผิดตามสมควรต่อไป
ว่าแต่ ประชาชนจะมั่นใจได้ว่าอย่างไรว่าองค์การอิสระอย่าง ป.ป.ช. จะยังคงอิสระจาก #ระบอบสีน้ำเงิน
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
