เจษฎ์-ชัยวุฒิ บุกสยาม ขอเสียงคนรุ่นใหม่ ลั่น พรรคเป็นอนุรักษ์นิยม แต่หัวก้าวหน้า

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

3 มกราคม 2569

เจษฎ์-ชัยวุฒิ บุกสยาม ขอเสียงคนรุ่นใหม่ ลั่น พรรคเป็นอนุรักษ์นิยม แต่หัวก้าวหน้า

วันนี้ (3 ม.ค. 69) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่หาเสียงย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ พร้อมพบปะกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวถึงนโยบายของพรรครักชาติ ที่ได้ยื่นกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีทั้งหมด 6 เรื่อง ดังนี้

1. รณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจและเห็นประโยชน์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเน้นการแก้ไขเฉพาะมาตราที่จำเป็นหรือ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาเสถียรภาพและรับฟังความเห็นของประชาชนโดยไม่ต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ

2. เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจรายย่อย (SMEs) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการขยายวงเงินสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และใช้มาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจและส่งเสริมการทำธุรกิจ

    3. ผลักดันตลาดหุ้นไทยให้โดดเด่นในสายตานักลงทุนระดับโลก พร้อมมาตรการดูแลและสร้างความมั่งคั่งให้แก่นักลงทุนรายย่อยอย่างยั่งยืน

    4. สร้างกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เช่น สวนสนุกระดับโลกมหกรรมกีฬาสากล และคอนเสิร์ตระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงและกีฬาไทย

      5. ขยายโครงการ EEC ไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วประเทศ

      6. ปราบปรามสแกมเมอร์ ด้วยการแก้กฎหมาย และตั้งหน่วยงานดูแลเฉพาะ จัดประชุมนานาชาติ เพื่อจัดทำอนุสัญญาปราบปรามสแกมเมอร์ระดับโลก

        ขณะที่กระแสการเมือง ณ ขณะนี้ ถูกแบ่งเป็น อนุรักษ์นิยม และก้าวหน้า ซึ่งพรรครักชาติถูกว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม โหนกระแสรักชาติ โหนกระแสทหาร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า รักชาติเป็นเรื่องอุดมการณ์ของพรรค เพราะไม่อยากให้คนคิดไม่ดี กับบ้านเมือง ชังชาติ เกลียดชังสถาบันหลักของชาติ เราจึงชื่อพรรครักชาติ ไม่ได้มีกองทัพหรือทหารหนุนหลัง และไม่ได้อนุรักษ์นิยมแบบสุดโต่ง มีหลายอย่างที่เราอยากเปลี่ยนประเทศนี้ เช่น เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า เห็นด้วยที่จะให้ถูกกฏหมาย วันนี้สำหรับเราไม่มีเทา มีแต่ขาวกับดำ อะไรที่เป็นเทาเราต้องจริงจัง เราไม่ได้พูดเรื่องทหารเลย พูดเรื่องความมั่นคงของชาติ ไม่ได้อิงเรื่องทหาร ส่วนการยกเลิก MOU 43 44 เราเห็นว่าควรทำ เพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

        รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวยืนยันว่า การยกเลิก MOU 43 44 ไม่กระทบ เพราะก่อนหน้านี้ที่ไม่มี MOU ไทยกับกัมพูชา ไม่ได้มีปัญหา และตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศ สามารถพูดคุยทวิภาคีกันได้ แต่ MOU ไปพ่วงเอาพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งรายละเอียดใน MOU 43 กัมพูชาละเมิดหมดเเล้ว และเมื่อสัญญาใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ สามารถยกเลิกได้ โดยแจ้งไปยังกัมพูชาและนานาชาติ ให้รับรู้ร่วมกัน

        ขณะที่ MOU 44 เขียนแผนที่ผิดจนในหลวงรัชกาลที่ 9 นำมาเขียนใหม่ให้ถูกต้อง แต่ MOU 44 กับนำแผนที่เขียนผิดรวมกับแผนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เขียนใหม่ ทำให้ผิด ถ้าวันนี้เราต้องจริงจังให้จบเรื่องนี้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกับกัมพูชา