ชูวิทย์ จี้ ธรรมนัส-กัน ไม่ใช่เวลาช่วยชาวบ้าน แต่พิสูจน์ตัวเองก่อน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

23 ตุลาคม 2568

ชูวิทย์ จี้ ธรรมนัส-กัน ไม่ใช่เวลาช่วยชาวบ้าน แต่พิสูจน์ตัวเองก่อน

จากประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นบนสังคมไทย สำหรับอินฟลูฯ ชื่อดัง กัน จอมพลัง หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เกี่ยวข้องกับ มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ซึ่งก่อนหน้า มีการเปิดเผยหลักฐานที่ยืนยันว่า เจ้าตัวไม่มีชื่อเป็นประธานหรือกรรมการของมูลนิธิฯ รวมถึงประเด็นหนังสือข้อบังคับของมูลนิธิฯ ซึ่งมีการระบุหมวดที่ 11 การเลิกมูลนิธิ ข้อ 39 กล่าวว่า ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป โดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ มูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า ทำให้สังคมแห่จับตาถึงความสัมพันธ์ลับระหว่าง กัน จอมพลัง และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น

วันนี้ (23 ต.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ร่ายยาวถึงประเด็น “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” ซึ่งถูกเกี่ยวโยงหากล้มเลิกมูลนิธิฯ ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ “มูลนิธิ ธรรมนัส พรหมเผ่า” ชี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เลิกแล้วยกให้ใคร แต่ให้เห็นความผูกพันของ ธรรมนัส – กัน จี้เอาให้ชัดว่าเป็นพี่น้องกัน ลั่น ตอนนี้ไม่ใช่เวลาช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ถึงเวลาพิสูจน์ตัวเองก่อน

โพสต์ระบุว่า

นัส จอมพลัง? 

“หากมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้เลิกไป ทรัพย์สินที่เหลือตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” 

อย่างนี้มันไม่ใช่แล้ว คนบริจาคน่าจะต้องรับรู้เรื่องนี้ด้วย 

แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์เมื่อเลิกมูลนิธิ  

แต่เอากันตรงไปตรงมา ชาวบ้านเขาจะบริจาคให้ใคร 

“กันหรือนัส“ หรือจะเป็น ”นัส จอมพลัง“ ? 

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ เลิกแล้วยกให้ใคร 

แต่อยู่ที่ความผูกพันแนบแน่นของ กันกับนัส ที่ปิดบังตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีต่างหาก 

ไม่มีอะไรผิดถึงขนาดต้องรีบออกตัวเปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์  

แค่เอาให้ชัดไปเลยดีกว่าว่า ”ธรรมนัส และ กัน จอมพลัง“ คือพี่น้องกัน 

ช่วยกัน เท่ากับช่วยธรรมนัส  

ไม่ได้ผิด แต่จะฝืดหน่อย 

ยิ่งเลี่ยงไปเลี่ยงมา ชักเข้าชักออก ยิ่งทำยิ่งมีพิรุธ 

แมนๆ รับกันตรงๆ คนให้เงินบริจาคจะได้รู้ 

ตอนนี้คนบริจาคเขาเริ่มทวงถาม ว่าเงินที่ให้เอาไปทำอะไรบ้าง เหลืออยู่กี่บาท?  

บอกแล้วเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำเสียคนมามาก 

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ถึงเวลาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนแล้ว 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์