ชูวิทย์ ถาม รัฐบาล “หนู” ย้ายข้าราชการวุ่น เพราะเตรียมเลือกตั้ง ?
บวรวัฒน์ อีจัน
15 ตุลาคม 2568

นับตั้งแต่การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีเงื่อนไขเฉพาะ (MOA ร่วมกับ พรรคประชาชน) ด้วยการ ดำรงตำแหน่งเพียง 4 เดือน ก่อนดำเนินการยุบสภา ซึ่งทิศทางการบริหารประเทศของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ กำลังได้รับการจับตามองจากประชาชนอย่างมาก ล่าสุด ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดัง ได้ตั้งข้อสงสัยถึงประเด็นการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่

(14 ต.ค. 68) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งคำถามถึง คณะรัฐมนตรีปัจจุบัน ภายใต้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเฉพาะประเด็นการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มากถึง 45 ตำแหน่ง ซัด ทำตีมึนว่าเพื่อคืนคำว่าเป็นธรรม แต่เป็นการคืนให้พลพรรคภูมิใจไทย หรือเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า หรือไม่ ?

โพสต์ระบุว่า
โยกย้าย เตรียมการเลือกตั้ง
รัฐบาลอนุทินโยกย้ายข้าราชการชุดใหญ่
ทำตีมึนว่า “เพื่อคืนความเป็นธรรม”
ไม่ทราบว่าคืนให้พลพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่?
หรือเพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง?
เพราะเล่นย้ายตั้งแต่กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ จนมาถึงกระทรวงมหาดไทย ล่าสุด “บิ๊กล็อต” เพิ่งล่อไป 45 ตำแหน่ง
และแต่งตั้งข้าราชการการเมือง บรรดา ส.ส. หัวคะแนน ตอบแทนบุญคุณมัดจำไว้ก่อนอย่างสนุกสนานเริงร่า
โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม ขณะนี้กลายเป็น “สถานที่ลี้ลับ” ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า ยกเว้นได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีเท่านั้น
บุคคลที่จะเข้าพบ ถูกสั่งการให้มาที่จุดลับ และปิดกล้องวงจรปิด
ทำลับๆ ล่อๆ ตามสไตล์ “วัวสันหลังหวะ” กลัวถูกจับได้ไล่ทัน
ก็ระวังสักหน่อยท่านรัฐมนตรี และทีมโฆษกฯ
เดินในกระทรวงช่วยคอยหันมองหลังด้วย เพราะเดี๋ยวมีใครแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจเรื่องเดิม 2 เรื่อง ที่ยังแก้ไม่หลุด
เกมการเมืองของพรรคภูมิใจไทยยึดหลักมุ่งสู่การเลือกตั้งเท่านั้น โดยเน้น ส.ส. เขตเป็นหลัก ส่วนคะแนนพรรคอย่าไปหวัง เพราะอุดมการณ์ลุ่มๆ ดอนๆ
ในเมืองหลวงไม่มี ส.ส. เน้นแต่ต่างจังหวัดรวมศูนย์บ้านใหญ่
แม้ว่าอยู่ในสถานะได้เปรียบมากโข คาดหวังเป็นรัฐบาลสมัยหน้า
แต่จะโดนตีที่ขนงหางเรื่อง ฮั้ว ส.ว. และ เขากระโดง
แค่ 2 เรื่อง ก็พังพอใช้ได้แล้ว อาจไปไม่ถึงฝัน
ได้เจอกันตอนเลือกตั้ง มีได้ก็ต้องมีเสีย
ไม่มีใครได้หมดในเกมการเลือกตั้งครั้งหน้านี้
นี่คือสิ่งที่ผมการันตีได้

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
แล้วลูกเพจคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ?