กกต. เตือนงดขายเหล้า ช่วงเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ ฝ่าฝืนระวังคุก
บวรวัฒน์ อีจัน
6 กุมภาพันธ์ 2569

อีกไม่ถึง 48 ชั่วโมงแล้วกับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และออกเสียงประชามติ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของประชาชนคนไทย ที่จะชี้ชะตา กำหนดทิศทางอนาคตประเทศ ซึ่งระหว่างนั้น ผู้สนับสนุนหลายพรรคอาจมีการเฉลิมฉลองต่าง ๆ แต่หากมีการจัดเลี้ยงสุรา หรือจำหน่ายในช่วงเวลาที่ กกต. กำหนดไว้ อาจผิดกฎหมายได้

(6 ก.พ. 69) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศเตือนข้อพึงระวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ก่อนออกไปใช้สิทธิ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์ข้อพึงระวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ดังต่อไปนี้ ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ทั่วประเทศ) ดังนี้
1. ห้ามผู้ใดขาย จําหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง (วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569) จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง (วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
2. ห้ามผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใด ๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ของเล่นมีกําหนด 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้จัดให้มีการเล่น
3. ห้ามผู้ใดเปิดเผย หรือเผยแพร่ผลสํารวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ การออกเสียงลงคะแนนในระหว่าง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน (ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น.)
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
4. ห้ามมิให้ผู้สมัครผู้ใดจัดยานพาหนะนําผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง หรือนํากลับไปจากที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับเพื่อการออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสารยานพาหนะหรือค่าจ้างซึ่งต้องเสียตามปกติ
ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการ เพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนน เลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุก 1 – 10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
ยกเว้นหน่วยงานของรัฐที่จะจัดยานพาหนะเพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องแจ้งเรื่องให้ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดทราบก่อนดําเนินการ เพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ความผิดเกี่ยวกับการลงคะแนน
1. ห้ามมิให้ผู้ใดกระทําการใดโดยไม่มีอํานาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อมิให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ หน่วยเลือกตั้ง หรือมิให้ไปถึง ณ ที่เลือกตั้งในกําหนดเวลาที่จะออกเสียงลงคะแนนได้
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุก 1 – 5 ปี หรือปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
2. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว
ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนําบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
3. ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความสะดวก พอสมควรต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้าง
ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
4. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุก 1 – 5 ปี หรือปรับ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

ความผิดเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง สส.
1. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าพนักงาน ผู้ดําเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอํานาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน
ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนําบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง
ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุก 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
2. ผู้ใดจงใจกระทําด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชํารุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทําด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้
ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี


