ชูวิทย์ ฟาด ปิยบุตร ด่า สส.เก่า เผาบ้าน ชี้ อุดมการณ์เปลี่ยนกันได้ อย่าคิดว่าตัวเองถูกทั้งหมด

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

8 มกราคม 2569

ชูวิทย์ ฟาด ปิยบุตร ด่า สส.เก่า เผาบ้าน ชี้ อุดมการณ์เปลี่ยนกันได้ อย่าคิดว่าตัวเองถูกทั้งหมด

ภายหลังวานนี้ (7 ม.ค. 69) ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงประเด็นที่ อดีต สส. ตัดสินใจลาออกจากพรรค ด้วยปัจจัยต่าง ๆ แต่กลับมาคิดว่าไม่ได้ดั่งใจตัวเอง หรือไม่ได้รับตำแหน่งต่าง ๆ ก่อนที่จะวนกลับมาวิจารณ์ พรรคหรือเรียกว่า เผาบ้านตัวเอง นั้น

ขอบคุณภาพ : Friends Talk

วันนี้ (8 ม.ค. 69) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองไทย โพสต์เฟซบุ๊ก วิจารณ์คำพูดของ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค พรรคอนาคตใหม่ ที่กล่าวถึงอดีตสมาชิกพรรค ซึ่งประกาศลาออกและกลับมาวิจารณ์ปัญหาภายใน ซึ่งมองเป็นการเผาบ้านตัวเอง ซัด อุดมการณ์เปลี่ยนแปลงกันได้ อดีตลูกพรรคระบายความในใจเป็นเรื่องปกติ ชี้ เคลมว่าเป็นพรรคการเมืองรุ่นใหม่ แต่ละม้ายคล้ายพรรคการเมืองรุ่นเก่า อย่าคิดให้ตัวเองถูกทั้งหมด

โพสต์ระบุว่า

เผาบ้าน

“เบิกผู้ก่อตั้งพรรคตัวพ่อ มาฟาดกลับ อ.ปิยบุตร ถามในขณะที่ตอนนี้ สถานการณ์ของพรรคประชาชน โดนรุมกินโต๊ะจากทุกฝ่าย

แต่มีคนเคยอยู่ด้วยกันมาเคยเป็น สส แต่กลับมาคิดว่านี่ก็ไม่ได้ โน่นก็ไม่ได้ ไม่ได้ดั่งใจตัวเอง ออกไปเผาบ้านตัวเองแบบนี้ก็ไม่ไหว ได้เป็นผู้แทนฯ ก็เพราะพรรคออกไปแล้วเผาเลยเนี่ย ไม่มืออาชีพ”

อาจารย์ปิยบุตรที่เคารพ

ก่อนอื่น ผมยังชื่นชอบความเห็นด้านวิชาการของ อ.ปิยบุตร

แต่สำหรับเรื่องพรรคการเมืองในโลกความจริงของการเมืองไทย

ผมว่าอาจารย์ต้องฟังความเห็นหลากหลาย เพราะพรรคเป็นศูนย์รวมของคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

แต่คำว่าอุดมการณ์ สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายเหตุปัจจัย

เกิดขึ้นได้ทั่วโลกแม้แต่พรรคคอมมิวนิสต์จีน

เรื่องภายในพรรค เมื่อลูกพรรคลาออกแล้วระบายความในใจเป็นเรื่องปกติ

ที่ผมสงสัย ทำไมพรรคส้มที่เคลมว่าตัวเองเป็นพรรคการเมืองใหม่

ทั้งลูกพรรค และอาจารย์ปิยบุตร (ที่ผมเคารพ และเป็นที่ปรึกษาพรรค) ถึงต้องมานั่งตอบโต้กัน

มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับพรรคการเมืองเก่าทุกประการ ไม่ได้ผิดเพี้ยนสักนิด

คนออกไม่ได้มีอะไรหรอกครับ เขาคงเสียเวลาเสียความรู้สึกกับพรรคส้ม

เหมือนคนลาออกจากบริษัท ก็อยากระบายปัญหาภายในบริษัทที่ตอนเป็นพนักงานอยู่ทำไม่ได้

แต่เมื่อก้าวขาออกมาแล้วเขาถึงกล้าพูด

ในความเห็นผม หากเป็นผู้บริหารไม่ว่าบริษัท หรือพรรค แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเผาบ้านตัวเอง

แต่กลับเป็นเสียงสะท้อนที่ต้องเก็บเอาไปปรับปรุงต่างหาก

กระจกมีไว้ส่องกันหมด ทั้งลูกพรรค ผู้บริหารพรรค ไปจนถึงกองเชียร์พรรค

อย่าคิดว่าตัวเองถูกไปเสียหมดอยู่ฝ่ายเดียว

หากเป็นพวก “งูเห่า“ ย้ายพรรค อันนี้ต้องประณามตำหนิมากกว่า

แต่คนที่มาด้วยความศรัทธาต่อพรรค เมื่อหมดศรัทธา ผิดหวังอุดมการณ์ โบยบินไปแล้วด้วยเหตุผลใด

กลับกลายเป็นคนผิดที่เผาบ้านไปเสียอย่างนั้น

หากมีคนออกแล้วตำหนิพรรคด้วยเหตุผลไม่ได้

จะเรียกว่า “พรรคที่มีความเท่าเทียมเสมอภาค“ ได้ยังไง?

คงต้องจุดธูปกราบพรรคกันก่อนออกอย่างเดียวมั้งครับ

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์