เช็กชื่อว่าที่ ครม. “ลูกเทพ” ตั้งแถวเข้าทำเนียบ “ภูมิใจไทย” ลูกหลานบ้านใหญ่ เต็มพิกัด

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

28 มีนาคม 2569

เช็กชื่อว่าที่ ครม. “ลูกเทพ” ตั้งแถวเข้าทำเนียบ “ภูมิใจไทย” ลูกหลานบ้านใหญ่ เต็มพิกัด

เช็กชื่อ ว่าที่ ครม. ใหม่“ลูกเทพ” ตั้งแถวเข้าทำเนียบ
ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ

อีกไม่กี่วันเราก็จะได้เห็นหน้าเห็นตา ครม. ชุด “เกือบใหม่” เพราะจากโผที่ออกมา หลายคนเป็น “รัฐมนตรีหน้าเดิม” จาก ครม. ชุดก่อนที่จะยุบสภา

แน่นอนว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” ยังคงนั่งนายกฯ ควบ รมว. มหาดไทย เพราะเขารู้ดีว่ากระรวงไหนคือขุมพลังที่ทรงอานุภาพที่สุดและไม่สามารถให้ใครมามีอำนาจสูงสุดที่นี่ได้ ถือเป็นการรวมศูนย์การปกครองอย่างแท้จริง

ขณะที่ “ลูกนก” “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “เนวิน ชิดชอบ” งานนี้ก็ยังไม่ย้ายไปไหน นัยว่าต้องฝึกปรือฝีมือให้เก่งเสียก่อน เพราะกระทรวงนี้นอกจากเป็นเวทีฝึกยังควบคุมกลไกลในยุคใหม่อย่างโลกออนไลน์ได้ด้วย

ด้วยเหตุผลหลายๆเรื่องที่คล้ายคลึงกับ “ลูกนก” ทำให้ “พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์” สายตรงบุรีรัมย์ ยังคงได้นั่งว่าการกระทรวงยุติธรรม เพราะนอกจากบารมีที่ล้นเหลือ คน “ภูมิใจไทย” ก็มีคดีติดตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดกันอยู่ไม่น้อย

หรือ “เสี่ยเฮ้ง – สุชาติ ชมกลิ่น” แม้เป็นของขมของใครหลายๆคน แต่เขาก็ยังอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เช่นเดียวกับ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เหนียวแน่นกับกระทรวงคมนาคม จะเห็นได้ว่า นี่คือหนึ่งในกระทรวงที่ “ภูมิใจไทย” หมายมั่นปั้นมือมาทุกยุคและแทบไม่ให้หลุดไปจากการดูแลเลย ที่สำคัญจะส่งระดับคีย์แมนมาคุมทั้งสิ้น

ส่วนอีก 3 รัฐมนตรีที่เชิดหน้าชูตาอย่าง “ศุภจี สุธรรมพันธ์ – เอกนิติ นิติทัณณฑ์ประภาส – สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ทุกคนยังได้กระทรวงเดิมคือ “พาณิชย์ – คลัง – ต่างประเทศ” และเพิ่มเติมคือได้เป็นรองนายกฯ

ต่อมาคือ “แก๊งลูกเทพ” ที่คราวนี้ก็ไม่น้อยหน้า เพราะ “ลูกแบด – ภราดร ปริศนานันทกุล” ลูกของ “เสี่ยตือ – สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ยังได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เหมือนเดิม

“แนน – บุณย์ธิดา สมชัย” ลูกของ “อิสสระ สมชัย” ก็มีชื่อเป็น รมช. ดีอี หรือพูดตรงๆก็คือช่วยงาน “ลูกนก” นั่นเอง

อีกคนก็คือ “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” ลูกชายของ “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” และมีศักดิ์เป็นหลานของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” งานนี้เป็นใหญ่เป็นโต นั่งรัฐฒนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

สำหรับ “บ้านไทยเศรษฐ์” แล้ว นี่ถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะคนจากตระกูลที่มีพื้นเพจากจังหวัดเล็กๆ มี สส. แค่สองคน ก็มีรัฐมนตรีถึงสองคน คนหนึ่งคือ “เจเศรษฐ์” และอีกคนคือ “ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” ลูกสาวของ “ชาดา” นั่นเอง คราวนี้ “ดีดา – ซาบีดา” จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ยังมี “เอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ทายาท “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” บ้านใหญ่อยุธยาที่จะมานั่งเก้าอี้ รมว. ท่องเที่ยวและกีฬษ

“ลูกเทพ” ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมี “โกแพ” วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ ทายาทสตูล “โกเกียรติ” สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ งานนี้จะนั่ง รมช. มหาดไทย

“เต้ย” พลพีร์ สุวรรณฉวี บุตรชาย “ร.ต.อ. ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” ก็จะได้เป็น รมช.มหาดไทยเช่นกัน เรียกว่าถ้าไม่นับ รมว. ที่ “นายกฯหนู” คุมเกมเอง อีก 3 รัฐมนตรีช่วยล้วนมาจาก “แก๊งลูกเทพ” ทั้งสิ้น

ส่วน “สส.โต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ หนึ่งในแกนนำ “ลูกเทพ” ก็จะนั่ง รมช. คมนาคม เช่นเดียวกับ “กำนันนอร์ท” ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ หลานชาย “ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” ก็จะเป็น รมช. คมนาคมเช่นกัน

ขณะที่แก๊ง “บ้านใหม่” ที่มาซบอกก็ได้ตำแหน่งกันไปโดย “ขิง” เอกณัฏฐ์ พร้อมพันธ์ จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นทุกขลาภหรือไม่ เพราะนี่คือตำบลกระสุนตกในเวลานี้

อีกคนคือ “ลูกท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ที่ “อาหนู” ดูแลลูกของ “เตี่ยบรรหาร” โดยจะปูนบำเหน็จให้เป็นถึง รมว. อุตสาหกรรใ

นอกจากที่ว่ามาสัดส่วน “ภูมิใจไทย” ยังมีคนนอกอีกหนึ่งคนคือ “อเล็กซ์ – ปกรณ์ นิลประพันธ์เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และเป็นศิษย์เอกของ “มีชัย ฤชุพันธ์” ที่ชื่อนี้ไม่ต้องบอกสรรพคุณก็รู้

“ปกรณ์” จะมาเป็นมือกฎหมายของรัฐบาล แทนที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไทม์ไลน์ระหว่าง “บวรศักดิ์” ประกาศไม่รับตำแหน่ง กับที่ “ภูมิใจไทย” ปฏิเสธไม่เอา “บวรศักดิ์” อันไหนมาก่อนกัน หรือจริงๆแล้วอาจจะมาพร้อมๆกันก็ได้

“บวรศักดิ์” อาจไม่มีได้ แต่ มือกฎหมายรัฐบาลนั้นไม่มีไม่ได้ และไม่ใช่ว่าจะเอาใครมาก็ได้ ชื่อนี้จึงมาตกที่ “ปกรณ์” นั่นเอง

หันมาดูที่พรรคร่วมอย่าง “เพื่อไทย” กันบ้าง คราวนี้มาแบบเจี๋ยมเจี้ยม ไม่ตัวใหญ่เหมือนที่เคยๆ โดยอดีตแคนดิเดตนายกฯ สายตรง “ชินวัตร” หากไม่นัยตำแหน่งรองนายกฯ เก้าอี้ที่ได้รับถือว่าไม่ใหญ่ เพราะคือเก้าอี้ รมว. อุดมศึกษาฯ ซึ่งแม้จะไม่ใหญ่แต่ก็พอกล้อมแกล้มได้ว่านี่คืองานที่ “ดร.เชน” ถนัด เนื่องจากเป็นงานวิชาการ

และด้วยความที่จัดการ “พรรคกล้าธรรม” ออกไปได้ งานนี้กระทรวงเกษตรฯ ทั้งหมดจึงตกเป็นของพรรคเพื่อไทย ทั้งหมด โดยมีรัฐมนตรีว่าการคือ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และมีรัฐมนตรีช่วยคือ “วัชรพล ขาวขำ” ลูกชายของ “วิเชียร ขาวขำ” และ “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช”ลูกสาวของ “อ้ายยุทธ” ยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้ภักดีต่อเพื่อไทย ถ้าจะเรียกว่าทั้งสองคนคือลูกเทพของ “เพื่อไทย” ก็ไม่ผิดนัก

ส่วนกระทรวงศึกษาธิการจะตกเป็นของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ที่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค

สำหรับ “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะได้เป็น รมว. แรงงาน

แต่ที่ต้องลุ้นคือ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ที่ “เพื่อไทย” กล้าๆใส่ชื่อเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งๆที่วันศุกร์ที่ผ่านมาเพิ่งโดนหมายเรียกจาก “ดีเอสไอ” ในคดีรุกที่หลวงแบบยกครัว

เชื่อว่างานนี้ “เพื่อไทย” กำลังวัดใจ “ภูมิใจไทย” ว่าจะเอาอย่างไร

นี่คือหน้าตาของว่าที่ ครม. ที่ทุกคนมีที่มาที่ไป แต่ขึ้นกับว่าจะมีที่มาอย่างไร ความสามารถหรือลูกหลานบ้านใหญ่ ก็แล้วแต่ใครจะคิด