เทพไท มั่นใจเสียงภาคใต้ “ประชาธิปัตย์” แพ้ ภูมิใจไทย-กล้าธรรม ชี้ การเมืองเปลี่ยนไป

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

7 มกราคม 2569

เทพไท มั่นใจเสียงภาคใต้ “ประชาธิปัตย์” แพ้ ภูมิใจไทย-กล้าธรรม ชี้ การเมืองเปลี่ยนไป

เดือนมกราคม 2569 ไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่า การเมืองไทย ที่เตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งเต็มตัว ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยหลายพรรคการเมือง ต่างลงพื้นที่ชูนโยบายให้ประชาชนเชื่อมั่น ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่ง ภาคใต้ นี้ ถือเป็นฐานเสียงสำคัญของ พรรคประชาธิปัตย์ มาโดยตลอด แต่พอเข้าสู่การเมืองปัจจุบัน นักวิเคราะห์การเมืองบางรายมองว่า คนใต้อาจเปลี่ยนใจ

วันนี้ (7 ม.ค. 69) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง วิเคราะห์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่เกิดขึ้นในเดือนหน้านี้ พื้นที่ภาคใต้ ฟัน ประชาธิปัตย์ ได้จำนวนเก้าอี้แพ้ พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม เว้นแต่แหวกเข้ามาด้วย อภิสิทธิ์ฟีเวอร์ ชี้ การเมืองไทยไม่เหมือนเดิมแล้ว

ระบุว่า

ส.ส.เขตภาคใต้

ปชป.ยังแพ้ ภูมิใจไทย กล้าธรรม

จะขออนุญาตวิเคราะห์การเมืองภาคใต้ ผ่านผลการสำรวจของนิด้าโพล เกี่ยวกับการแข่งขันช่วงชิงจำนวนที่นั่งส.ส.ในภาคใต้ของ3พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม

เมื่อดูจากผลการสำรวจของนิด้าโพล พบว่าประชาชนในจังหวัดสงขลา เลือกส.ส.ในระบบเขต เลือกประชาธิปัตย์มากถึง 44.42% เลือกพรรคภูมิใจไทย 10.87% เลือกพรรคกล้าธรรม 1.98%

แม้ว่าผลการสำรวจของนิด้าโพลจะเฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลาก็ตาม แต่กระแสความนิยมหรือกระแสการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ จะอยู่ในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้มีผู้สื่อข่าวไปสอบถามความคิดเห็น ต่อผู้รับผิดชอบทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ของทั้ง2พรรค คือได้ไปสอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ ผู้รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ว่ายังเหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งนายพิพัฒน์กล่าวว่า “มั่นใจว่าได้เก้าอี้ 31 ที่นั่ง จะพยายามทำให้ได้มากกว่านี้ และยังมีความมั่นใจว่า จะได้พื้นที่ส.ส.เขตมากที่สุด”

ส่วนกรณีของพรรคกล้าธรรม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผลการสำรวจของนิด้าโพลในพื้นที่จังหวัดสงขลาว่า พรรคกล้าธรรมไม่ติดผลโพลเลย จากเดิมภาคใต้ถือว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายหลักของพรรคกล้าธรรม ซึ่งร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะประธานพรรคกล้าธรรม ได้ตอบว่า “ผมชอบทำอะไรที่แหกผลโพลมาโดยตลอด มียุทธศาสตร์ของผม” ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า จะปักธงในพื้นที่ภาคใต้ได้ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า “เราทำการเมือง เรารู้ทำยุทธศาสตร์อย่างไร ไม่ขายฝันใคร เรามียุทธศาสตร์ในการจัดการเลือกตั้ง”

ถ้าดูท่าทีของผู้รับผิดชอบในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ต่างก็มีความมั่นใจว่า สามารถที่จะปักธงและเอาชนะการเลือกตั้ง ได้จำนวนส.ส.ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้า 31 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรมตั้งเป้าไว้ 20 ที่นั่ง แต่ถ้าดูผลการสำรวจของนิด้าโพลทั้ง2จัได้ที่นั่งจำนวนส.ส.น้อยมาก พรรคที่ได้ส.ส.ในระบบเขตมากที่สุดน่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในความเป็นจริง กรณีส.ส.ระบบเขต อาจจะไม่ตรงกับผลการสำรวจของนิด้าโพล เพราะมีปัจจัยเรื่องกระสุนเข้ามาเกี่ยวข้อง และพรรคภูมิใจไทยมีความชำนาญในการเจาะพื้นที่ ในการล็อกเป้า ในการยิงกระสุน ซึ่งเคยทำสำเร็จมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2562 และปี 2566

ส่วนพรรคกล้าธรรมก็เช่นเดียวกัน ใช้วิธีเดียวกัน จึงทำให้ผู้รับผิดชอบทั้ง2พรรคนี้ มีความมั่นใจว่า สามารถที่จะนำส.ส.ในระบบเขตได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะได้ก็เฉพาะ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อเป็นหลัก ส่วนส.ส.ระบบเขต ถ้าจะแหวกกระสุนเข้ามาได้นั้นยากมาก เว้นแต่มีกระแสอภิสิทธิ์ฟีเวอร์ จนทำให้คนภาคใต้เลือกส.ส.ระบบเขตของพรรคประชาธิปัตย์ และปฏิเสธกระสุนที่นำมาให้กับคนภาคใต้ ถ้าการเมืองในภาคใต้ย้อนกลับไปเป็นเหมือนการเมืองปีพ.ศ.2550 หรือปีพ.ศ.2554 พรรคประชาธิปัตย์ก็จะชนะในระบบเขตด้วย

แต่ถ้าหากว่าการเมืองยังเป็นเช่นนี้เหมือนเดิม พรรคประชาธิปัตย์จะได้เฉพาะ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนส.ส.ระบบเขต ยังพ่ายแพ้ให้กับพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก เทพไท – คุยการเมือง