นพ.วรงค์ ชี้ บำนาญ สส.-สว. ราว 500 ล้านบาท/ปี นำมาช่วยประชาชนดีกว่า

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

4 เมษายน 2569

นพ.วรงค์ ชี้ บำนาญ สส.-สว. ราว 500 ล้านบาท/ปี นำมาช่วยประชาชนดีกว่า

จากกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เปิดรายละเอียดสุดอู้ฟู่ เป็น สส. 1 ปีได้ 21,300 บาท/เดือนตลอดชีพ พร้อมเสนอยกเลิก “กองทุนบำนาญ สส.-สว.” ชี้ เอาเปรียบประชาชน 



ล่าสุดวันนี้ (4 เม.ย.69) นพ.วรงค์ เล่าให้ ‘อีจัน’ ฟังว่า  ข้อมูลที่มีการรายงานโดยการตรวจสอบของ สตง. พบว่าปัจจุบันมีคนได้รับเงินบำนาญประมาณ 1,291 คน เป็นอดีต สส. 1,291 คน จากยอด สส.รวมที่มีรายงานออกมา คือ 3,832 คน 

เนื่องจากว่าโครงการนี้มีมาตั้งแต่ปี 57 จนกระทั่งถึงขณะนี้ปี 69 เงินที่ใช้ภาษีของประชาชนไปจ่าย ผมใช้คำว่าจ่ายดูแลสิทธิประโยชน์ 5 สิทธิประโยชน์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,800 ล้าน ซึ่งนอกจากบำนาญแล้ว ยังมีเรื่องการรักษาพยาบาล หรือตรวจร่างกายปีละไม่เกิน 130,000 บาท นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิ์เรื่องการเล่าเรียนของลูกไม่เกิน 2 คน ในระดับไม่เกินปริญญาตรี ตามกฎกระทรวงการคลัง และยังได้รับสิทธิ์กรณีทุพพลภาพ ได้ออนท็อปจากบำนาญอีก 15,000 บาท และถ้าเสียชีวิตก็จะได้อีก 200,000 บาท สำหรับครอบครัว นี่คือ 5 สิทธิประโยชน์กับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ 

เมื่อถามว่า ถ้ามีการยกเลิกเงินบำนาญ คิดว่าเอาไปทำอะไรถึงจะเหมาะสม? 

นพ.วรงค์ ตอบว่า ปัญหาของประชาชน ปัญหาประเทศชาติเยอะมาก ตอนนี้พี่น้องประชาชนกำลังทุกข์ยาก ปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน เงินส่วนนี้ปีประมาณอย่างน้อยๆ ร่วม 500 ล้านบาทต่อปี ที่จะต้องเอาเงินภาษีประชาชนมาใช้ดูแลดูแลเพื่อสิทธิประโยชน์ของนักการเมือง อย่างน้อยก็สามารถไปสมทบในกองทุนน้ำมัน มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ไปช่วยเหลือผู้สูงอายุ จ่ายสมทบให้ผู้สูงอายุมากขึ้น หรือไปดูแลพี่น้องทหารที่ชายแดน ที่คุณภาพชีวิตสวัสดิการเขาก็แย่ มันสามารถไปใช้ได้หมด  

นพ.วรงค์ ย้ำว่า เรื่องนี้สำคัญมาก ประชาชนคัดค้านมาก เพราะสิทธิประโยชน์ที่จากบำนาญ ทำงานแค่ 1 ปี ถ้าถึง 1 ปีเมื่อยุบสภา ก็ได้สิทธิ์บำนาญตลอดชีวิต ดังนั้นมันเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทะลุฟ้าเลย มันแบบทะลุเพดาน ซึ่งมากกว่าข้าราชการ ข้าราชการตั้ง 25 ปี แล้วมากกว่าประกันสังคมด้วย  

แต่ขณะนี้ ผมฟังเสียงนักการเมืองยังพยายามปกป้องอยู่ ก็คงต้องรอกระแสสะสมของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันคัดค้าน เหมือนกับการยกเลิกอาหารในสภา เพราะพี่น้องประชาชนออกมาคัดค้านกันมากผ่านโซเชียล มันจึงทำให้เขาต้องยอมสิ่งนี้ หรือแม้แต่เรื่องการลดผู้ช่วยจาก 8 คน เหลือ 3 คน ก็คงรอพลังสะสมของพี่น้องประชาชนที่แสดงออก ยังไงก็แล้วแต่ผมเชื่อว่าวันหนึ่งต้องยกเลิก 

เรื่องพวกนี้ อำนาจอยู่ที่คณะกรรมการของกองทุน ซึ่งมีทั้งประธาน สส. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นประธานรัฐสภา ประธาน สว. และมีทั้ง สส. สว. โดยตำแหน่งจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการ ผมก็หวังว่าคณะกรรมการชุดนี้จะรับฟังประชาชน ถ้ารับฟังกระแสประชาชน ผมก็เชื่อว่าเขาคงต้องมีการปรับกฎเกณฑ์ที่ทำให้รู้สึกว่าให้ประชาชนมาเลี้ยงดูนักการเมือง ทุกอย่างมันอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนแสดงออกมากๆ ผมเชื่อว่าผู้มีอำนาจในสายการเมืองคงไม่น่าจะทานกระแส 

นอกจากเรื่องนี้ ก็มีเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยจาก 8 คน ซึ่งเป็นการเอาเงินภาษีประชาชนมาแจกให้กับลูกน้องนักการเมือง ขณะนี้ผมนำร่องไปแล้ว ในการลดผู้ช่วย สส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน ซึ่งผมคิดว่าให้ 3 คนก็น่าจะเพียงพอ แต่วันนี้ทั้ง สส. และ สว. มีผู้ช่วย 8 คน ซึ่งมันมากเกินความจำเป็น ผมอยากจะให้ลดจาก 8 คน เหลือสัก 3 คน เพื่อประหยัดงบประมาณ อย่างน้อยๆ ปีนึง ถ้าเฉพาะ สส. ภายใต้เงินเดือนใหม่ที่จะขึ้นเป็น 18,000 ต่อเดือนนะ มันก็ลดได้ปีประมาณ 540 ล้านบาท ถ้า 1 สมัย 4 ปี ก็ประมาณ 2,160 ล้าน และสังเกตดูถ้า สส. ลด สว. จะลดตามด้วย เท่ากับถ้าลดทั้ง สส. และ สว. จะประหยัดได้ประมาณ 3,000 ล้านเลยนะ ซึ่งเงินก้อนนี้ก็เป็นเงินก้อนใหญ่เหมือนกัน มาจากภาษีประชาชนทั้งนั้น พูดง่ายๆ คือเอาเงินประชาชนมาผลาญ มาแจกกันเอง มาแจกคนใกล้ชิดโดยอ้างว่าเป็นผู้ช่วย สส. 

ตอนนี้มีตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ 24,400 บาทต่อเดือน จะขยับเป็น 28,800 บาทต่อเดือน ในวันที่ 1 ตุลาคม และอีก 7 คนเป็นผู้ช่วย สส. เงินเดือน 15,000 บาท จะขยับเป็น 18,000 บาท ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เช่นกัน ผมคิดว่าควรจะลดผู้ช่วยออกสัก 5 คน เหลือ 3 คน แล้วก็ทำงานได้สบายๆ  

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ผมประกาศต่อท่านประธานสภาแล้ว ว่าผมจะแต่งตั้งแค่ 3 คน แม้แม้จะให้สิทธิ์ผมมา 8 คน แต่ผมเป็นความรู้สึกว่าผมไม่อยากจะเบียดเบียนประชาชน ไม่อยากจะเอาภาษีประชาชนมาแจกทีมงาน แจกลูกน้อง ผมก็จะแต่งตั้งแค่ 3 คน แล้วดูซิว่าเราทำงานไปสักระยะนึงแล้วเนี่ย ถ้าผมไม่เดือดร้อนสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพ จะบอกว่าแต่งตั้งแค่ 3 คนพอ เพราะตอนนี้แต่ละคนก็อ้างนู่นอ้างนี่ว่าต้องมีทีมงานช่วยนู่นช่วยนี่เยอะแยะ อย่างว่าอ้อยเข้าปากช้างก็ไม่อยากจะคายกัน 

ผมก็ต้องเริ่มที่ตัวเราครับ เพราะผมเชื่อว่า การที่พวกเราเป็นนักการเมือง สส. หรือ สว. เราตรวจสอบกันเองให้ดูโปร่งใสก่อนที่เราจะไปตรวจสอบคนอื่น จริงอยู่ สส. และ สว. มีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบ งั้นเราต้องตรวจสอบพวกเราเอง ทำบ้านตัวเองให้สะอาดก่อน ก่อนที่เราจะไปตรวจสอบหน่วยราชการ ตรวจสอบตรวจสอบองค์กรอื่น แล้วสังคมจะเชื่อถือเรา นพ.วรงค์ กล่าว 


หมอวรงค์ ฟาดอีก สวัสดิการ อดีต สส.-สว. ผลาญภาษีประชาชน