บวรศักดิ์ ลั่น เลือกตั้งครั้งหน้า กาบัตร 4 ใบ
บวรวัฒน์ อีจัน
29 กันยายน 2568

เนื่องด้วยวันนี้ (29 ก.ย. 68) การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นั้น

ต่อมา เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เปิดเผยถ้อยแถลงของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดเผยว่า การเลือกตั้งในครั้งหน้า ประชาชนจะต้องกาบัตรเลือกตั้งถึง 4 ใบ
ระบุว่า
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเริ่มว่า ขออนุญาตตอบคำถามของ สส.อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย ที่ถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคำถามว่า ถ้าจะแก้ไขหมวด 1-2 จะทำอย่างไร ยืนยันว่า นโยบายรัฐบาลนี้เขียนไว้ชัดว่า รัฐบาลนี้จะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากการมีส่วนร่วมของประชาชน และธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐบาลนี้ไม่ต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ทำตามนโยบายที่แถลงไว้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นขั้นตอนแรก ส่วนขั้นตอนที่ 2 เมื่อประชาชนมีประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นคำถามที่ 1 และเมื่อประชาชนเห็นชอบกับ หมวด 15/1 กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งรัฐสภาจัดทำเสร็จเป็นร่างรัฐธรรมนูญ
“ถ้าผ่านขั้นตอนที่ 1 แล้ว จะทำขั้นตอนที่ 2 คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย สสร. หรือใครก็แล้วแต่ ที่ผ่านประชามติ ตรงนั้นจะไปดูว่า จะแตะหมวด 1-2 หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่า 2 พรรคใหญ่ได้พูดไปแล้วในสื่อมวลชน ว่าจะไม่แตะหมวด 1-2 เพราะถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปแตะหมวด 1-2 จะมีปัญหาทันที ว่าจะขัดรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ชัดเจนในตัวว่า ประชามติที่รัฐบาลนี้จะทำในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปหลังการยุบสภา เป็นประชามติ 2 เรื่อง ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าประชาชนจะเห็นชอบให้จัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และประชาชนจะเห็นชอบกับวิธีการเนื้อหาสาระที่รัฐสภาเห็นชอบหรือไม่ จะไม่มีการลงไปถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สมาชิกอาจจะต้องรอว่า สสร.ที่มาจาก หมวด 15/1 ว่าจะเขียนอะไร
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การจัดทำประชามติแต่ละครั้ง กกต.บอกว่าใช้เงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อให้ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจะจัดทำประชามติไปพร้อมการเลือกตั้ง สส.ทั่วไป ซึ่งจะมีการทำประชามติใน 2 เรื่องคือ คำถามประชามติ 2 คำถามในบัตรเดียวกัน
1. ท่านเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
2. ท่านเห็นชอบกับวิธีการและสาระในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับตามความเห็นชอบในวาระ 3 ของรัฐสภาหรือไม่
ส่วนประชามติอีกบัตร ถามว่า ท่านจะเห็นชอบให้ยกเลิก MOU ไทยและกัมพูชาหรือไม่ ดังนั้น ในวันเลือกตั้ง สส.หลังการยุบสภา ประชาชน จะมีบัตร 4 ใบ เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.2 ใบ คือ บัตรสส.บัญชีรายชื่อ และบัตรเลือก สส.แบ่งเขต และคำถามประชามติ 2 ใบ เป็นคำถามประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 1 ใบ คำถามเรื่อง MOU ไทย-กัมพูชา อีกใบ
นายบวรศักดิ์ กล่าวย้ำว่า คำถามประชามติเรื่องการยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ที่ไปถามประชาชน เพราะรัฐบาลเห็นว่าเรื่องสำคัญอย่างนี้กับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลเฉพาะกิจไม่ควรตัดสินใจกับตัวเอง แต่ควรขอฉันทามติจากประชาชน ถ้าประชาชนบอกเลิก ก็เลิก เพราะประชาชนคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย ต้องตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
ส่วนประเด็นการไม่แทรกแซงอำนาจใดๆ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อนายกรัฐมนตรี มาชวนตนให้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี ตนได้กราบเรียนท่านว่า เรื่องไหนที่เป็นอยู่เวลานี้ เช่น สว.ก็ดี เขากระโดงก็ดี องค์กรอิสระก็ดี ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
“ท่านก็รับปาก รัฐบาลแถลงชัดว่าจะไม่ให้ใช้กฏหมาย ไปเป็นประโยชน์ทางการเมือง รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายต่างๆ ผมก็เห็นว่าการใช้ดุลพินิจในการเป็นคุณเป็นโทษเพื่อประโยชน์การเมือง ต้องใช้ให้ถูกต้อง แต่ไม่ใช่เพื่อการแทรกแซง แต่เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานนั้นตกเป็นเครื่องมือการเมือง”
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว