“จุลพันธ์” ไม่มีนัดคุย “อนุทิน” ถกโควตา รมต. ชี้ เป็นเรื่องของพรรคอันดับ 1 ย้ำ ไม่มีคุยดีลรัฐบาลไฟจราจร
บวรวัฒน์ อีจัน
23 กุมภาพันธ์ 2569

แม้การเลือกตั้งจะจบมาแล้ว 2 สัปดาห์ แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ภายหลัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ระหว่างรอการรองรับผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน แกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย เริ่มเดินหน้าบรรลุดีลกับพรรคร่วมต่าง ๆ โดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทย ที่มีคะแนนในมือ 74 เสียง ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าขณะนี้อยู่ระหว่างแบ่งเค้ก แบ่งกระทรวงกัน นั้น
วันนี้ (23 ก.พ. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย มีการนัดหมายเพื่อหารือเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้
นายจุลพันธ์ กล่าวยืนยันว่า ไม่มีการนัดหมายกัน ตั้งแต่มีการพบปะกัน ซึ่งช่วงนั้นตนเองป่วย มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายภูมิธรรม เวชยชัย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยจากที่มีนัดหมายมา หลังจากนั้นไม่มีการพูดคุยกันอีกเลย และในส่วนข้อสรุป มีข้อสรุปเบื้องต้นไปแล้ว ขณะนี้เรารอการรับรองผลจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เรียบร้อย จากนั้นคงมีการพูดคุยพบปะกันอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานมา

พรรคเพื่อไทยสนใจคุมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงอื่น ๆ หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงเป็นการพูดคุยกันในสิ่งที่ผ่านมา และการพูดคุยทำงานต่อไปข้างหน้า แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดตามกระทรวงใด ๆ ที่เป็นข่าว เป็นเพียงข่าวตามหน้าสื่อ ยืนยันว่าจากการพูดคุยยังไม่มีการคุยกันในเรื่องนี้
รัฐบาล 300 เสียงในขณะนี้ มองว่ามีเสถียรภาพหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปคิดวิเคราะห์ ขณะนี้เป็นเรื่องของพรรคที่ได้เสียงอันดับ 1 ในการไปรวมเสียงข้างมากในสภา และจากการพูดคุยในเบื้องต้น นาทีนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าเสียงเกินครึ่งแน่นอน ส่วนจะเท่าไหร่อยู่ที่พรรคแกนนำ เป็นสิทธิและอำนาจของพรรคภูมิใจไทยในการไปพิจารณา เราคงไม่ไปก้าวก่าย

พรรคเพื่อไทย อยากสานต่องานในกระทรวงไหนนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดเรื่องกระทรวง และเราคงไม่ใช้เวทีสื่อตรงนี้ไปสื่อสาร สำหรับพรรคเพื่อไทย มีนโยบายที่กระจายตัวอยู่ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงอยู่แล้ว ที่เป็นนโยบายเรือธง และสามารถขับเคลื่อนให้เป็นประโยชน์ได้ และต้องคุยต่อเนื่อง ยังไม่จบแค่นี้ คงต้องคุยเรื่องนโยบายของพรรคหลัก และพรรคเพื่อไทยมีนโยบายใดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ที่จะพอผลักดันร่วมกันได้
กระแสการตั้งรัฐบาลไฟจราจร อย่าง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้านนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย อาจมีการคิด หรืออะไรแล้วแต่ แต่พรรคเองไม่มีการพูดคุยในประเด็นนี้ พรรคยืนยันในหลักการ พรรคผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว และจากผลเลือกตั้งชัดเจนว่าพรรคแกนหลักที่มีคะแนนเสียงเยอะกว่าพรรคอื่น ๆ ค่อนข้างมีนัยสำคัญ เวลานี้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยต้องให้พรรคแกนหลักไปจัดตั้งรัฐบาลก่อน เป็นสิ่งที่เรายึดมั่นมาตลอด ต้องให้เวลาเขา ขณะนี้ยังรอผลอยู่ และเชื่อว่าการประกาศผลของ กกต.ยังใช้เวลาอยู่ และพรรคเพื่อไทยไม่หยุดนิ่ง เราดำเนินการหลายอย่าง โดยเฉพาะคณะทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบการเลือกตั้ง มีการส่งเรื่องร้องเรียนมา 200 กว่าเรื่อง ดำเนินผ่าน กกต.กว่า 100 เรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำ และดำเนินการให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ที่สุด และเรียกร้องไปยัง กกต.เพราะการเลือกตั้งในขณะนี้ มีข้อสงสัยข้อห่วงใยในหลายประเด็น เป็นหน้าที่ของ กกต.ในการตอบคำถามข้อคลางแคลงของสังคมและประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด