“ทักษิณ” ซัด นทท.จีนหาย ไม่เกี่ยว “กาสิโน”
บวรวัฒน์ อีจัน
18 กรกฎาคม 2568

(17 ก.ค. 68) เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เปิดเผยบทสัมภาษณ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ กรุงเทพฯ เสนอแนวคิดท่องเที่ยว “ติดกล้อง AI” ให้เป็น Smart City พร้อมยืนยัน “เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” ไม่ใช่สาเหตุนักท่องเที่ยวจีนหาย ลั่น ได้ “อิ๊งค์” เป็นนายกฯ ก็แถมตัวเอง เป็น “เสมียนประเทศ”

โพสต์ระบุว่า
นายทักษิณ กล่าวว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ควรเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ด้วยการนำเงินจากทั่วโลกเข้ามา เช่น การเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบิน เป็น ศูนย์กลางผู้โดยสาร และคลังสินค้า เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการแวะพักเครื่องระหว่างทาง (Transit) ต่ำมาก เนื่องจากการบริการไม่เพียงพอ และการเชื่อมโยงไฟลท์ไม่ได้เกี่ยวโยงบริษัทกับการแวะพักเครื่องระหว่างทาง ดังนั้นวันนี้ AOT สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ไม่ยาก แม้กระทั่งปัจจุบันก็มีการถกเถียงกันเรื่องห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน ตนจึงบอกให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปทะเลาะกันเองว่าห้องสูบบุหรี่ไม่สามารถสูบได้ภายในพื้นที่อาคาร แต่เมื่อคนที่มาเปลี่ยนเครื่องต้องมาสูบบุหรี่ เราจะทำห้องสูบบุหรี่ก็ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย บางทีเรามีกฎหมายอยู่อีกเยอะแยะ หยุมหยิม
ขณะเดียวกัน เงินจาก AOT ที่ได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออก หรือ PSC ก็สามารถนำไปขยายตามต่างจังหวัดได้ เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ไปเทคโอเวอร์สนามบินกระบี่กลับมาเป็นของ AOT ก็ยังได้ ซึ่งวันนี้เป็นของกรมการบินพลเรือน ฉะนั้นเราจะต้องทำให้ AOT แข็งแรงและเป็นตัวทำเงินให้กับประเทศ

สำหรับเรื่องการท่องเที่ยว นายทักษิณ กล่าวว่า แน่นอนว่าเราต้องเน้นต่อไป วันนี้นักท่องเที่ยวจีนที่ลดการมาเมืองไทยน้อยลง ก็เพราะว่าดาราโดนหลอก พร้อมยกกรณี “ชิงชิง” ดาราจีน ที่โดนคนจีนด้วยกันหลอก ไปเป็นสแกมเมอร์ฝั่งเมียนมา พอลงเครื่องเสร็จก็เดินทางไปแม่สอด และหายเข้าไปกว่าจะนำตัวกลับมาได้ก็ข่มขู่กันแทบตาย พอออกมาภาพก็เสีย และออกข่าวเต็มไปหมด ชิงชิงจากที่เป็นนักแสดงไม่โด่งดังเท่าไหร่ พอโดนหลอกที่เมืองไทยกลายเป็นป็อปปูล่าร์ไปเลย ซึ่งตอนนี้งานจ้างก็มีเพิ่มขึ้นมาก และเว็บไซต์บางเว็บก็ไปลงว่าเมืองไทยไม่ปลอดภัย แต่คงไม่ใช่เพราะเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เพราะยังไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นวันนี้ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ
ตนคิดว่าเราต้องเร่งเมืองท่องเที่ยวให้เป็น SMART CITY นั่นคือการติดกล้อง AI ดิจิทัลให้หมด วันก่อนมีคนเอาระเบิดควันไปทิ้งข้างบ้านติดกับตน ซึ่งอาจจะอยากทำให้ตนตกใจ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่มาตอนตี 3 ตี 4 ค้นหาไม่เจอ แต่ตำรวจตามเจอรูปที่ 7-11 ตามไปถึงแถววงเวียนใหญ่ก็เลยจับได้หมด เพราะฉะนั้น SMART CITY ที่ติดกล้อง AI ทั่วไปหมด และมีซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องและดี รับรองได้ว่าความปลอดภัยจะสูงมาก เมื่อมีความปลอดภัย เราจะสามารถรับประกันนักท่องเที่ยวได้ เมื่อเรารับประกันนักท่องเที่ยวได้ นักท่องเที่ยวก็จะมาประเทศไทย
”ผมยังคิดว่า ผมไปเมืองจีนรอบหน้า ผมจะสัมภาษณ์หนังสือพิมพ์จีนเอง ถ้าใครมาเมืองไทยแล้วโดนฆ่าโดนปล้น ผมจะรับผิดชอบให้ จะจ่ายเงินส่วนตัวให้ ผมจะ Insure เองเลย ต้องให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยให้ได้ ผมเป็นคนชอบเสี่ยงทั้งชีวิต ยกเว้นไม่ได้เล่นการพนัน”

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ตอนสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าใครจำได้ ตอนนั้นโรคซาร์สระบาด มีการใส่หน้ากากกันทั้งเมือง ตนก็เช็คกับทางเทคนิควิทยาศาสตร์ พบว่าโรคซาร์สไม่สามารถติดต่อผ่านทางเดินหายใจได้ ตนจึงถามว่าแล้วจะใส่หน้ากากทำไม ในเมื่อไม่ได้อยู่ใกล้กัน ตอนนั้นตนจึงชวนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ไปสนามบินดอนเมืองแบบไม่ใส่หน้ากาก เพื่อให้คนเห็นว่ามันไม่เป็นไร หลังจากนั้นตนก็เลยชวนคนไทยให้เลิกใส่หน้ากาก คนก็เลยมั่นใจว่าประเทศไทยไม่มีอะไรและเริ่มกลับมา ตอนไข้หวัดนก ตนก็ลองกินไก่ให้ดู เพราะรู้ว่าถ้าไก่ทำให้สุกเกิน 80 องศาก็จะไม่มีเชื้อโรคเหลือ ตนก็ให้ทำครัวกลางสนามหลวงเอา เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ไปด้วย โดยไปโชว์กินไก่ ปรากฏว่าไก่ก็เลยขายได้ แต่ CP ยังไม่มาขอบคุณตนเลยที่วันนั้นขายไก่ได้
“นี่คือสิ่งที่ผมเสี่ยงเพื่อบ้านเมือง เพราะผมเป็นคนที่ถ้าให้เสี่ยงเพื่อบ้านเมืองไม่เคยกลัว เรื่องนี้ก็เหมือนกัน ประกันภัย (Insurance) นักท่องเที่ยว ถ้าผมไปเมืองจีนเมื่อไหร่ ผมก็จะประกาศประกันภัยด้วยตนเอง”

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า วันนี้การท่องเที่ยวเข้าใจว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมเรื่องใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจัดเทศกาล Tomorrowland ในปีหน้า อีกปีหนึ่งก็จะมีการแข่งขัน Formula 1 (F1) โดยใช้สนามแข่งที่เขตจตุจักร และจะเป็น F1 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะมีคนดูเยอะมาก เราจะเก็บเงินชาวบ้านถูกๆ เพื่อให้มีโอกาสได้เข้ามาดู แต่ในส่วนที่ราคาแพงจะเป็นห้องในราคา 100,000 – 200,000 บาท ส่วนชาวบ้านเก็บแค่ 100 บาท
ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เราต้องการให้เกิดกระแสความเข้าใจเรื่องใหม่ๆ ให้คนไทยได้ทันสมัยได้มีไอเดียที่จะคิดทำมาหากิน ในโอกาสต่อไปและก็จะมี Bangkok fashion’s week ควบคู่ไปกับการจัด F1 และจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มาในช่วงนั้นด้วย เพราะฉะนั้น ช่วงนั้นโรงแรมก็จะเต็มแน่นอน ไม่เหลือที่อยู่ด้วยซ้ำ เราจะจัดให้บูมอย่างนั้นเลย นี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้คุยกันและตกลงกันไว้ ซึ่งเข้าใจว่า Tomorrowland ได้เซ็นสัญญาแล้ว และ F1 ก็คุยกันเสร็จแล้ว ตอนนี้แฟชั่นวีคก็กำลังทำให้จบแน่นอนว่า แฟชั่นวีคเราต้องไปขอพระราชทานแนวไอเดียจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เรามีไอเดียว่าควรจะมี แต่อย่างไรก็ต้องไปทูลถามท่าน
ส่วนเรื่องเอนเทอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ มีคนบอกว่า สนับสนุนเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ แต่ต้องไม่มีกาสิโน “ผมถามว่าใครจะลงทุน ชิโนไทยลงทุนไหม ไม่น่าจะลงทุนนะ” เพราะฉะนั้นวันนี้เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หมายถึงจุดศูนย์รวมการท่องเที่ยวทุกอย่าง เช่น อาจจะมีสกีสโลป ไม่ต้องไปสวิตเซอร์แลนด์แล้ว เล่นสกีในห้องแอร์ แบบนี้คนไทยก็ร้องโอ้โห เพราะไม่เคยเห็นหิมะก็ขอมาดูหน่อย มันก็เป็นอะไรที่เป็นประโยชน์แน่นอน ถ้าเก็บแพงก็ไม่มีคนเข้า ก็เก็บราคาถูกแล้วไปอาศัยกำไรกับกาสิโน ซึ่งกาสิโนไม่ใช่ใครที่ไหนก็เดินเข้าได้ เพราะมีระบบที่เรียกว่า Know your customer หรือ KYC ใครที่เป็นลูกค้าแต่ไม่มีแหล่งที่มาของรายได้ เขาก็ไม่ให้เข้า อย่างตนเข้าไป เขาก็ไม่ให้เข้า เพราะเป็นนักการเมืองเข้าไม่ได้ ตนไปที่สิงคโปร์เขาก็ไม่ให้ตนเข้า บอกว่าเป็นนักการเมืองที่เป็นที่รู้จักจึงไม่สามารถเข้าได้ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ จะมาว่ามอมเมา ยังไม่รู้เรื่องอะไรแล้วมาพูด ผู้ที่รู้น้อยพูดมากนี่มันน่ารำคาญ วันนี้สิ่งเหล่านี้ก็เดินหน้าต่อไป

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า วันนี้ทั่วโลก มีการพูดเรื่อง Golden Visa คือให้วีซ่ากับคนต่างชาติในระยะยาว 10 ปี แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องมีการฝากเงินและลงทุน พอครบ 5 ปีแล้วเช็กประวัติดู ไม่เคยก่ออาชญากรรม มีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ก็มีสิทธิที่จะขอเป็นประชาชนคนไทย และพอได้ Golden Visa ก็ให้สิทธิ์ซื้อบ้านเพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งจะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาคการก่อสร้างเติบโต ขณะเดียวกันก็สร้างรายได้เกือบเท่ากับ GDP ของประเทศ ฉะนั้นหากเราได้เงินมาแบบนี้ก็จะเอาไปเป็นสวัสดิการของประชาชน อันจะส่งผลให้ GDP เติบโตขึ้นและหนี้ประเทศลดลง การจับจ่ายใช้สอยก็จะมีเงินใหม่เข้ามา ซึ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะเราต้องการเพิ่มคนเสียภาษี เนื่องจากปัจจุบันมีคนเสียภาษีแค่ 4 ล้านกว่าคน จากประชากรกว่า 70 ล้านคน นอกนั้นรัฐบาลเก็บจากภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้ส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นหากเรามีชาวต่างชาติที่มีฐานะเข้ามาในประเทศก็จะมาช่วยเสียภาษีให้ประเทศไทย ขณะเดียวกันชาวต่างชาติเขาก็อยากมี Golden Visa เพราะประเทศไทยมีการบริการที่ดี ดังนั้น วันนี้รัฐบาลต้องจริงจังว่าจะกำหนดกรอบอย่างไร และจะเก็บเงินอย่างไร นี่คือสิ่งที่จะทำให้เงินสะพัด ประเทศไทยวันนี้ไม่มีระบบเจ้าภาพ ฉะนั้นเราต้องสร้างระบบเจ้าภาพแล้วต้องทำให้เป็นดิจิทัล หรือ Digitalize ระบบราชการเพื่อให้เกิดการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ของกระทรวง แต่ไม่ใช่แบบเดียวกับกระทรวงแรงงานที่ผ่านมา ที่ลงทะเบียนระบบแรงงานต่างด้าวดีมาก แต่คลิ๊กไม่ได้เสียทีต้องจ่าย 2,500 บาทก่อน ถ้าใต้โต๊ะไม่มาคลิ๊กไม่ได้ อันนี้ไม่ดี และหากระบบดี แต่พฤติกรรมไม่ดี ก็ต้องแก้ไขพฤติกรรมด้วย
ขณะเดียวกัน นายทักษิณ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า นายกฯ แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็แถมผมเป็นเสมียนประเทศ (National Clerk) รวบรวมทุกอย่างส่งให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ให้ไปดูหน่อยสิ ผมเป็นคนชอบรวบรวมปัญหา และแนวทาง
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว