กกต. ชี้ช่อง “ขยายวันเลือกตั้ง” ได้เกิน 60 วัน หากเหตุชายแดนไม่สงบ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

12 ธันวาคม 2568

กกต. ชี้ช่อง “ขยายวันเลือกตั้ง” ได้เกิน 60 วัน หากเหตุชายแดนไม่สงบ

จากเหตุการณ์สะเทือนการเมืองไทยวันนี้ (12 ธ.ค. 68) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 ตัดสินใจ ยื่นทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ ก่อนราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้มีผลทันที เดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ 2569 ภายใน 45 – 60 วันข้างหน้า ซึ่งประเด็นดังกล่าว ถูกนำมาเชื่อมโยงกับสถานการณ์ไทยและกัมพูชา ที่กำลังปะทุเดือด ณ ปัจจุบัน ว่าการยุบสภาครั้งนี้ จะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ?

วันนี้ (12 ธ.ค. 68) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึกรณีการเลือกตั้งหลังยุบสภา จะขยายออกไปนานกว่า 60 วัน กล่าวว่า เงื่อนไขของกฎหมายเมื่อมีพระราชกฤษฎีกา กกต.ต้องประกาศวันเลือกตั้งและต้องประกาศจำนวนเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน ในระยะเวลาดังกล่าวจะได้วันเลือกตั้งที่ชัดเจน ส่วนสถานการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรในทางกฎหมาย มีช่องทางในการแก้ไขได้ทุกเรื่อง ซึ่งการประชุม กกต. วันที่ 15 ธ.ค.นี้ จะพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง และมีประชุมกับตัวแทน ครม. เรื่องการทำประชามติ ส่วนวันที่ 16 ธ.ค. 2569 จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัครเลือกตั้ง สส. 

เมื่อถามว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน จะสามารถจัดวันเลือกตั้งให้เป็นวันเดียวกันได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณชายแดน 4-5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในทางกฎหมายมีทางออก ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ระบุว่า ถ้ามีเหตุจำเป็นคณะกรรมการเลือกตั้ง กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แต่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และเป็นการขยายเวลาของทั้งประเทศ เพราะต้องให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร แต่ถ้าเป็นเหมือนจังหวัดศรีสะเกษ ใช้มาตรา 102 มีเหตุในบางหน่วยบางพื้นที่ อันนั้นเป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ซึ่งเป็นการใช้คำที่ต่างกัน 

เมื่อถามว่าหากไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่กำหนดได้ จะต้องพิจารณาส่วนใดบ้าง นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริต ซึ่งต้องคำนึงถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งคือ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)  ผู้สมัครที่ต้องหาเสียงรวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์ เราต้องดูความสะดวกและความปลอดภัย เป็นองค์ประกอบที่จะต้องนำมาพิจารณา ซึ่ง ผอ.จังหวัดจะต้องเป็นคนประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ ตอนนี้จึงยังให้คำตอบไม่ได้ว่าจะต้องขยายวันเลือกตั้งหรือไม่ เพราะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การเลือกตั้งและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะต้องเดินไปด้วยกัน 

“อย่างไรก็ตาม เราไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะจบเมื่อไร ซึ่งการขยายวันเลือกตั้ง เป็นทางออกแรกที่เรามีอยู่ แต่อาจจะมีอีกทางออกคือการลงคะแนน แบบลงทะเบียนออกเสียงล่วงหน้า คือการออกเสียงนอกหน่วย ซึ่งเราต้องดูและประเมินสถานการณ์ก่อน  หากใช้การขยายวันเมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดลงแล้วคือไม่มีเหตุอีกแล้ว การเลือกตั้งจะสามารถจัดได้ภายใน 30 วัน” นายแสวง กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการเลือกตั้งในศูนย์อพยพ นายแสวง กล่าวว่า กรณีนี้ไม่มีกฎหมายรองรับไว้ อาจจะต้องใช้วิธีลงทะเบียน และจัดหายานพาหนะเพื่อนำประชาชนไปลงคะแนน พร้อมยืนยันว่า จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและความปลอดภัยของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และผู้ที่หาเสียง 

เมื่อถามว่า หากมีการขยายวันเลือกตั้งจะเพิ่มความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงเป็นไปตามที่มีพระราชกฤษฎีกาอยู่ การยืดเวลายังไม่มี ซึ่งการยืดเวลาก็ต้องดูหลายองค์ประกอบ ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถจัดทำประชามติไปพร้อมกันเลยได้หรือไม่นั้น หากยึดเวลาตามกฎหมายการเลือกตั้ง สส. จะต้องไม่น้อยกว่า 45 วันไม่เกิน 60 วัน แต่การทำประชามติไม่น้อยกว่า 60 วัน ไม่เกิน 150 วัน แต่มาตรา 11 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ระบุไว้ว่า หากมีเหตุจำเป็นหรือเพื่อประหยัดงบประมาณ สามารถที่จะทำประชามติน้อยกว่า 60 วันได้ ซึ่งการทำประชามติจะต้องใช้เนื้อหามากกว่า อย่างน้อยงานธุรการต้องมีการพิมพ์ประเด็นให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ทำความเข้าใจ รวมถึงจัดเวทีแสดงความคิดเห็นอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย   

นายแสวง กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งนี้ต้องดูว่ากิจกรรมการทำประชามติในกฎหมาย กำหนดให้ใช้เวลาขั้นต่ำได้เท่าไหร่ เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนได้ศึกษาเนื้อหาการทำประชามติได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาออกมาแล้ว แต่ความคืบหน้าของการทำประชามติยังไม่เริ่มขึ้นเลย ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้งได้