พอล ภัทรพล มอง พรรคประชาชน ต้องชนะให้ขาด ไม่งั้นโอกาสนั่งฝ่ายค้านสูง
บวรวัฒน์ อีจัน
30 มกราคม 2569

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 2569 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยหลายพรรคการเมืองตัวเต็ง ต่างเร่งสปีดหาเสียง ชูนโยบายสำคัญเพื่อพัฒนาประเทศ เช่นเดียวกับหนึ่งตัวเต็งอย่าง พรรคประชาชน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับประชาชนมากขึ้นในช่วงสุดท้าย แต่ถึงอย่างนั้น นักวิเคราะห์ต่าง ๆ มองว่า หากจะการันตีการเป็นผู้นำรัฐบาล อาจจำเป็นต้องได้จำนวนเก้าอี้ สส. ห่างจากอันดับ 2 แบบขาดลอย

วันนี้ (30 ม.ค. 69) พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์การยกเครื่องประเทศ “พรรคประชาชน” ต้องชนะให้ขาด หากชนะไม่มาก มีโอกาสเป็นฝ่ายค้านสูงและอาจได้เห็นรัฐมนตรีหน้าเดิม รวมถึง “ประชามติ” ต้องชนะให้ขาด

โพสต์ระบุว่า
ถ้าเราอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแบบ “ยกเครื่อง“ จริงๆ
ต้องชนะขาดทั้ง 2 อย่าง
1) พรรค – เพราะถ้า พรรคส้ม ชนะไม่มากมีโอกาสเป็นฝ่ายค้านสูง
เราก็พอรู้ว่าสีไหนจะไปจับกับสีไหนและเพราะว่าอะไร และสิ่งที่จะตามมาคือรัฐมนตรีหน้าเดิม ระบบราชการเหมือนเดิม คอรัปชั่นเหมือนเดิม ทุนเทาเหมือนเดิม ปัญหาฝุ่นเหมือนเดิม ประเทศชาติเหมือนเดิม
2) เห็นชอบประชามติ – แม้“เห็นชอบ”จะมากกว่า “ไม่เห็นชอบ” แต่ถ้าชนะกันไม่มาก ก็ อาจเป็น “ข้ออาจ” ให้ สว ได้ว่า นี่ไง! คนไม่เห็นชอบก็เยอะ ตามสไตล์คนจะโกง
เหมือนตอน ปี 66 พรรคอันดับ 1 เป็นเสียงส่วนน้อย คนไม่เลือกคุณตั้งเยอะ!
อย่าลืมว่าต้องมีประชามติอีก 2 ครั้ง ไม่ใช่ว่าชนะรอบนี้แล้วได้เปลี่ยนเลย
(ครั้งที่ 2) ยังต้องหาคนมาร่าง ร่างเสร็จ (ครั้งที่ 3) โอเคมั้ยกับ รัฐรัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างขึ้นมา
ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 2-3 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น
สิ่งเดียวที่จะเป็น “กดดัน” เหล่า สว และ เป็น “หลังพิง” ให้กับ สส ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือ ”จำนวนคนเห็นชอบ“
ชนะน้อยโอกาสเขาเบี้ยวเยอะ
ชนะเยอะโอกาสเขาเบี้ยวน้อย
8 กุมภาพันธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่การเลือกตั้งธรรมดา แต่มันคือ“การเดิมพัน” อนาคตประเทศไทย
เรากำลังเดิมพันอนาคตพวกเรา และ ลูกหลานของเรา
รวมกัน เราทำได้

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Paul Pattarapon พอล ภัทรพล