ประชาธิปัตย์ ประกาศ “เลิกจำศีล” ถึงเวลาเรียกศรัทธาคืน
Phetchan
22 ธันวาคม 2566

หลังพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่ของไทยพรรคหนึ่ง เจอมรสุมความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนมาพักใหญ่ และเพิ่งได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ไปเมื่อเร็วๆ นี้
วันที่ 21 ธ.ค.66 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นัดแรกว่า วันนี้เป็นการหารือครั้งแรกก่อนที่ กกต.จะมีมติรับรอง ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นและรับฟังความต้องการของทุกคนในเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนพรรคไปข้างหน้า นอกจากนี้ตนก็มีเรื่องที่ต้องการแจ้งให้ กก.บห. ได้ทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรคในช่วง 3 – 6 เดือนแรก
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุม ก็คือ ในการประชุมใหญ่สามัญของพรรค ที่จะมีขึ้นในเดือน เม.ย.ของทุกปีนั้น จะต้องสร้างและทำให้ทุกคนได้เห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น การที่บอกว่าข้อบังคับพรรคนั้นล้าสมัย ไม่ได้เปิดโอกาส หรือ ทำให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมได้น้อย ได้มอบให้ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรค เข้าไปดูแล แก้ไขข้อบังคับพรรคในทุกประเด็น เพื่อให้มีความสมบูรณ์ที่สุด และจะให้มานำเสนอในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี สิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอันดับแรก
สำหรับอันดับสอง พรรคจะมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร โซเชียล เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยมีการใช้พื้นที่ในพรรค รวมถึงเปิดช่องทางสื่อสารกับสื่อมวลชน และพื้นที่รองรับสื่อมวลชนด้วย ซึ่งจะได้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) มาเป็นผู้รับผิดชอบ
นอกจากนี้ในที่ประชุมก็มีการพูดคุยถึงแนวทางขับเคลื่อนพรรค โดยได้มอบหมายให้ นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค เข้าไปดูแลรับผิดชอบในเรื่องสมาชิกพรรค สำหรับในส่วนการขับเคลื่อนพรรคในแต่ละภูมิภาค ก็ได้ให้การบ้านกับรองหัวหน้าพรรค ไปจัดทำยุทธศาสตร์ แผนการขับเคลื่อนในแต่ละภาคทั้ง 5 ภาคที่พรรคกำหนดไว้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า หลังจากปีใหม่นี้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะต้องปรากฎภาพของความชัดเจนเป็นอันดับแรก สิ่งที่จะทำให้พรรคขับเคลื่อนได้ก็คือ ความมีเอกภาพของพรรค วันนี้เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พรรคมีเอกภาพแล้ว และพร้อมขับเคลื่อนทันที วันนี้ผมจะทำงานในหลักการของประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง จะเอาหลักการกลับคืนมาให้ทุกคนดู
ที่ผ่านมาขับเคลื่อนประชาธิปัตย์ไม่ได้ เพราะเราไม่มีเอกภาพ ดังนั้นตลอดระยะเวลาหลังการเลือกตั้งทำให้ทุกคนมองว่าประชาธิปัตย์จะเป็นอย่างไร ไปทิศทางไหน ใครจะมาเป็นหัวในการนำพาประชาธิปัตย์ไป นั่นคือสิ่งที่ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ก็นิ่งอยู่กับที่เหมือนกบจำศีล วันนี้ออกพรรษาแล้ว กบก็เลิกจำศีลแล้ว หลังจากนี้เป็นต้นไปคือการขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์อย่างแท้จริง
การขับเคลื่อนพรรคประชาธิปัตย์ พลังอันดับแรกคือความมีเอกภาพ เมื่อวันนี้เราหาเอกภาพได้แล้ว การขับเคลื่อนทุกอย่าง การดำเนินกิจกรรมของพรรค ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนอยู่แล้ว ดังนั้นก็ขอโอกาส และขอให้พวกเราช่วยกันจับตาดู ในขณะเดียวกันหลังจากตั้งศูนย์ฯ ขึ้น ก็สามารถส่งความคิดเห็น ให้คำแนะนำมาที่ศูนย์ของเรา โดยจะมีคณะกรรมการพิจารณาต่อไป
การขับเคลื่อนของพรรคประชาธิปัตย์จากนี้ จะเป็นการขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมากขึ้น ศูนย์ดังกล่าวจะอยู่เป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง ดร.เอ้ จะต้องทำแผนงานขึ้น นี่คือจุดของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
ติดตามการเปลี่ยนแปลงในการเรียกศรัทธาและความเชื่อมั่นของพรรคประชาธิปัตย์คืนจากประชาชนกันต่อค่ะ