“ชูวิทย์” วิเคราะห์สีการเมืองเริ่มเเบ่งขั้วเเล้วจะเป็น “การเมืองใหม่”ได้ยังไง? 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

26 ธันวาคม 2568

“ชูวิทย์” วิเคราะห์สีการเมืองเริ่มเเบ่งขั้วเเล้วจะเป็น “การเมืองใหม่”ได้ยังไง? 

ช่วงก่อนสิ้นปี 68 นี้ การเมืองไทยยังเดือดเเละกำลังเข้าสู่การผันเเปร   

เมื่อวันที่  25 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องการเมืองไทยที่กำลังดุเดือดอยู่ ณ ตอนนี้ ทั้งพรรคสีเเดง พรรคสีเขียว พรรคสีน้ำเงิน เเละพรรคสีส้ม เชื่อว่าเเต่ละสีของพรรคเป็นจุดเด่นอยู่เเล้วเเต่ก็มีจุดที่ประชาชนจะไม่เลือกพรรคสีเช่นเดียวกัน โดยชูวิทย์ ได้โพสต์ประมาณว่า…. 

การเมืองเรื่องสี  

เมื่อการเมืองเดินทางมาถึงทุกวันนี้ ก็ไม่ได้เห็นอะไรใหม่ 

เริ่ม “แบ่งขั้ว” แล้วบอกเป็น “การเมืองใหม่” 

มันใหม่ตรงไหน? 

ผมว่าจะยิ่งแตกแยกกว่าเดิมด้วยซ้ำ  

ส้ม ไม่เอา น้ำเงิน 

น้ำเงิน ไม่เอา ส้ม  

ฟ้ากับส้ม ไม่เอา เทา  

แดง ได้หมด 

เอาจริงๆ ทุกพรรคก็เริ่มเปลี่ยนสีได้ตามสถานการณ์การเมือง 

น้ำเงินไม่เอาส้ม เพราะส้มยังติดใจ ม.112 

ส้มไม่เอาน้ำเงิน เพราะถูกหลอกแล้วเยาะเย้ยว่าเป็น “ฝ่ายค้ำ”  

แต่ ”คุณธนาธรเจ้าลิทธิส้ม“ อาจมีเงื่อนไขไอเดียอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ มาให้เราเห็นอีก  

เดี๋ยวหลังเลือกตั้ง ผลออกมาอาจเห็นข้อตกลงพิสดารในรูปของ MOU อีกก็ได้  

การเมืองเก่ามันแย่ แต่การเมืองใหม่ก็ไม่แน่ว่าอาจแย่กว่าเก่า  

ก็ได้แต่หวังว่าบ้านเมืองจะมีอะไรใหม่ๆ ที่ดี ทุกคนทำงานให้บ้านเมืองจริงอย่างที่พูดหาเสียง  

แต่อย่าใหม่มากนะครับ ผมกลัวว่าจะถูกการเมืองเก่าหลอกอีก 

โดยได้บอกเพิ่มเติมเกี่ยวกับพรรคประชาชนอีกว่า  

เท้งบอกให้ประชาชนเลือก “รัฐบาลอนุทิน หรือรัฐบาลประชาชน“ 

จะให้ประชาชนเลือกไปเลย นี่ก็การเมืองโคตรเก่า ไม่ใช่การเมืองใหม่แต่อย่างใด 

งงกับไอเดีย “Grand Compromise“ ของธนาธร นายทุนพรรคส้ม 

ไม่รู้จะ Compromise ได้ยังไง เมื่อบังคับให้ประชาชนเลือกฝั่งไปเลย 

ทั้งนี้ด้านชาวเน็ตที่ได้มาเห็นโพสต์นี้ต่างก็เถียงกันเสียงเเตกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ต่างก็มีพรคที่เลือกไว้ในใจกันเเล้ว  เเล้วลูกเพจอีจันล่ะคะ คิดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง?  

ที่มา: เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์