“จตุพร” ดักทาง “อนุทิน” ชิงยุบสภากลางศึกชายแดน “ไทย” ไม่ได้เลือกตั้งอีกยาว ?
บวรวัฒน์ อีจัน
12 ธันวาคม 2568

หน้าสื่อของประเทศไทยในวันนี้ เต็มไปด้วย การยุบสภา ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 ที่ตัดสินใจทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ก่อนตามด้วย ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2568 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นั้น
วันนี้ (12 ธ.ค. 68) นายจตุพร พรหมพันธุ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เปิดใจผ่านช่องทาง ประเทศไทยต้องมาก่อน ถึงประเด็นการชิงยุบสภาฯ กลางศึกชายแดนไทย-กัมพูชา ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อาจจัดเลือกตั้งไม่ได้อีกยาว
นายจตุพร กล่าวว่า ความเป็นจริงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พูดมาตั้งแต่ต้น ไม่มีใครมีความต้องการร้อยและได้ทั้งร้อย คือการที่จะให้สว. ไปยกมือตัดอำนาจตัวเองเสียง 1 ใน 3 โหวตรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 และในวาระที่ 3 แน่นอนที่สุด ต่อให้เดินทางไปถึงในวาระที่ 3 ก็โดนคว่ำอยู่ดี ทีนี้ เรื่อง 1 ใน 3 เป็นไม้ตายของ สว. การเข้าชื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 สามารถที่จะกระทำได้ ดังนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างไรเขาก็ต้องยุบสภา และเมื่อยุบสภาจะกลายเป็นรัฐบาลรักษาการ

กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วันไม่น้อยกว่า 45 วัน ซึ่งภายใต้สงครามแบบนี้ คุณจะไปจัดการเลือกตั้งได้อย่างไร เพราะการเลือกตั้งต้องจัดพร้อมกันวันเดียวทั่วราชอาณาจักร เมื่อเป็นรัฐบาลรักษาการ อำนาจต้องไปหารครึ่งกับ กกต. รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณในการทำสงคราม หรือแม้กระทั่งฟื้นฟูภาคใต้เฉพาะสงครามเป็นเรื่องหลัก การแต่งตั้งคนโยกย้ายคน ต้องขออนุญาต กกต. มันจะไม่ทันการกับคำว่าสงคราม แม้ว่ามีแนวความคิดกันว่าถ้าอย่างนั้นให้ กกต. เปิดอำนาจเลย แต่ถามว่าทหารเขาจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นอย่างนั้น ได้อย่างไร
ต่อมา ทหารก็เอาอำนาจเข้ามาอยู่ในมือตัวเอง ด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ถามว่าใครใหญ่สุดตอบว่าผู้บัญชาการทหารบก ครม.รักษาการ ยังนั่งข้างโต๊ะ ผู้บัญชาการทหารบกนั่งหัวโต๊ะ ยังไม่นับฝ่ายค้านไม่รู้จะอยู่สถานะไหนเพราะว่าไม่มีสภาผู้แทนราษฎรอีกต่อไป

นายจตุพร กล่าวว่า ในการเลือกตั้งคงต้องเลื่อนออกไปเมื่อไหร่ไม่รู้ ภายใต้กฎอัยการศึกทุกคนมีความรู้สึกว่านักการเมืองไม่เอาไหน เอาแต่เรื่องส่วนตัว เขารบกันตูมตามแต่จะเอาแต่เรื่องของตัวเองกันโดยเฉพาะ ท้ายที่สุด นักการเมืองไปประเคนอำนาจให้ทหาร แล้วจะโทษใคร อารมณ์นักการเมืองวันนี้ไม่พอใจกับการแก้รัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะสิ่งที่ต้องการไม่ได้ดั่งใจ แต่เอาเป็นว่า ถ้าไม่มีศึกสงครามก็เอากันเต็มที่ไปเลย แต่เมื่อมีศึกสงครามจะเอาแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ ยิ่งจะโดนฉีกรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ประเทศไทยต้องมาก่อน