“ปิยบุตร” ย้ำ การเมืองไทยไม่ใช่ 3 ก๊ก มอง “แดง” จูบ “น้ำเงิน” ชี้ชัด ขัดแค่ผลประโยชน์
บวรวัฒน์ อีจัน
14 กุมภาพันธ์ 2569

สถานการณ์การเมืองไทย ณ เวลานี้ อยู่ในช่วงที่พรรคการเมืองอันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย เดินหน้าหาแนวร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งล่าสุดได้นัดพูดคุยกับ พรรคอันดับ 3 พรรคเพื่อไทย ภายหลัง “ส้ม” ปฏิเสธการเข้าร่วมตามคำมั่นสัญญา พร้อมได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีผลต่อหน้าอนาคตการเมืองอย่างมาก ถึงอย่างนั้น อดีตแกนนำส้ม วิเคราะห์เกมการเมืองนี้แล้ว

(13 ก.พ. 69) ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก มองสภาพการเมืองไทย ณ เวลานี้ ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก ซัด เป็นวาทะนิทานหลอกเด็ก ของนักการเมืองไทย พร้อมมองเกม พรรคเพื่อไทย จับมือ พรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญานชัดว่าไม่ได้ขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ เพียงแต่ขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์

โพสต์ระบุว่า
ในการรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ผมได้ปราศรัยในหลายเวที ยืนยันว่า สภาพการเมืองไทยในเวลานี้ มิใช่ “การเมือง 3 ก๊ก” อันประกอบไปด้วย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย
”การเมือง 3 ก๊ก“ เป็นแค่ “นิทานหลอกเด็ก” ของนักการเมือง ของนักโต้วาทีที่มาเป็นนักการเมือง เป็นการวิเคราะห์แบบตื้นเขิน เอาจำนวนที่นั่งในสภามาวัดพลังกัน
แต่หากใช้ลักษณะธาตุแท้เป็นตัววัดแล้ว มันคือ “การเมือง 2 ขั้ว” ประลองกำลังกันระหว่าง
“เก่า” vs “ใหม่“
การเมืองแห่งอดีต vs การเมืองแห่งอนาคต
การเมืองแห่งความกลัว vs การเมืองแห่งความหวัง
การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ คือ ประจักษ์พยานชัดเจน
ความขัดแย้งของพวกเขามิใช่ความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ แนวคิด แต่เป็นเพียงความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์
หากตกลงกันได้ ก็ย่อมกลับมาดีกันได้
หากมีผลประโยชน์ของพวกตนเองใหญ่กว่า ก็ย่อมกลับมาจูบปากกันได้
หากต้องเผชิญกับภัยคุกคามและการเปลี่ยนแปลง ก็ย่อมกลับมารวมพลังต้านการเปลี่ยนแปลงนั้นได้
พันธกิจของพรรคประชาชนในเวลานี้ คือ การขีดเส้นแบ่ง “เก่า” vs “ใหม่“ / ”อดีต“ vs “อนาคต” ให้แจ่มชัด ให้ประชาชนได้เห็นว่า พวกเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน เติบโตบ่มเพาะมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน อยู่ภายใต้ผู้กำกับเดียวกัน
พรรคประชาชนต้องทำหน้าที่หลอมรวมพลังของประชาชน ก่อร่างสร้าง ”ประชาชน“ ขึ้นมาใหม่เพื่อแสดงพลังอย่างพร้อมเพรียง ระเบิดพลังออกมาเมื่อโอกาสมาถึง
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล