ราชกิจจาฯ เคาะ 8 ก.พ. 69 ประชามติควบเลือกตั้ง ถาม เห็นชอบ รธน. ใหม่หรือไม่ ?

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

2 มกราคม 2569

ราชกิจจาฯ เคาะ 8 ก.พ. 69 ประชามติควบเลือกตั้ง ถาม เห็นชอบ รธน. ใหม่หรือไม่ ?

วันนี้ (2 ม.ค. 69) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยสรุปคือ เห็นสมควรให้จัดทำออกเสียงประชามติ ในวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยเหตุผล เพื่อประหยัด ใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า และอํานวยความสะดวกต่อประชาชนมากที่สุด

ระบุว่า

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 166 บัญญัติให้ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับ คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะสนับสนุนการจัดทําประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้อง กับคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 คณะรัฐมนตรี จึงเห็นสมควรสนับสนุนการทําประชามติดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง เห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564

ในการนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศกําหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่งมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการ ออกเสียงประชามติ โดยกรณีที่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกําหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งก็ได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่าหกสิบวัน และไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เว้นแต่กรณี ที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุผลความจําเป็นเกี่ยวกับงบประมาณหรือเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

คณะรัฐมนตรีอาจกําหนดวันแตกต่างจากที่กําหนดไว้ได้ ซึ่งในกรณีนี้คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุความจําเป็น ให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอํานวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ต้องดําเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่แตกต่างกันด้วย ตลอดจนได้ส่งข้อมูลและสาระสําคัญ ในเรื่องที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ขอบคุณข้อมูล : ราชกิจจานุเบกษา