ความภูมิใจของชายไทย! “รมช.กลาโหม” ชี้ ปี 68 ยอดผู้สมัครใจเป็นทหารเพิ่มขึ้น
แพทตี้ อีจัน
30 พฤษภาคม 2568

ตอนนี้ตัวเลขผู้สมัครใจเป็นทหารเกณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยวานนี้ (29 พ.ค.68) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ชี้แจงประเด็น การเกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ ว่า เราไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง กองทัพได้เปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราลดการพึ่งระบบเกณฑ์ทหาร ส่งเสริมระบบสมัครใจอย่างเป็นรูปธรรม
ในปี2567 มียอดสมัครใจ 47.80% ซึ่งปีนี้มีการรณรงค์มากขึ้น ทำให้มีผู้สนใจสมัครสูงถึง 52.83% โดนเราได้สัมภาษณ์ผู้ที่สมัครมาเป็นทหาร ส่วนใหญ่บอกว่าตัดสินใจเพราะการเติบโตในอาชีพ และส่วนหนึ่งคือเงินตอบแทน
ซึ่งทางกองทัพไม่ได้แค่ฝึกจนครบเวลาแล้วปล่อยกลับบ้าน แต่เรามีแผนพัฒนากำลังพลระดับพลทหาร ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน พลทหารจะได้รับการเพิ่มพูนทักษะอาชีพ ทักษะคุณวุฒิ ผู้ที่ยังไม่ได้เรียนหนังสือจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนจนจบการศึกษาสูงสุด นอกจากนั้นยังเพิ่มโควตาให้สอบเข้าโรงเรียนนายสิบ หรือโรงเรียนจ่าทหาร บางคนมีความสามารถสอบเข้าไปถึงโรงเรียนนายร้อย ซึ่งปัจจุบันให้โควต้าโรงเรียนจ่าทหาร 80% หลายคนทักท้วงให้รับ 100% ทางกองทัพเองก็คิดเรื่องนี้อยู่ แต่เกรงว่าไปปิดโอกาสคนที่ไม่ได้เป็นทหาร จึงยังจำกัดที่ 80% อยู่ นี่คือการเปลี่ยนภาพของการเกณฑ์ทหารให้เป็นโอกาส พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า อยากขอความร่วมมือสังคมหรือสื่อมวลชน สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยในการที่จะให้มีผู้สนใจสมัครเข้าเป็นทหาร เพราะบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกองทัพถูกโจมตีหนักจนเกินไป ทำให้น้องๆ เกิดความกังวล ปัจจุบันเรายืนยันว่ามีการปรับระบบการฝึก ระบบการปกครอง รวมถึงการเป็นอยู่ให้ดีขึ้นแล้ว
ส่วนประเด็นการปรับเงินเดือนขึ้นเป็น 15,000 บาท พล.อ.ณัฐพล ชี้แจงว่า หากปรับขึ้นจริง เงินเดือนรวมกับค่าประกอบเลี้ยงของพลทหารจะมากกว่านายสิบที่จบการศึกษาไม่ถึงปริญาตรีบรรจุใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนแก้ไขปัญหา และแนะนำให้ปรับมาใช้ระบบทหารอาสาสมัคร จะทำให้กองทัพต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องจ่ายเงินเดือนมากกว่าใช้พลทหาร ซึ่งเรามีกรอบงบประมาณที่จำกัดอยู่แล้วจึงขอใช้เวลาในการดำเนินการ
ส่วนที่มีการเสนอให้ลดขั้นตอนต่างๆ ทางกองทัพก็พยายามแก้ไขแต่โดยประสบการณ์การลดขั้นตอนจะมีความเสี่ยงต่อการทุจริต ทางกองทัพจึงขอคิดให้รอบคอบในอนาคตอาจเป็นเหมือนที่มีการเสนอแนะมา
รัฐบาลไม่เคยมองว่าการเกณฑ์ทหารคือคำตอบที่ถาวร เพียงแต่เราไม่สามารถประกันได้ว่าหากมีปีนี้ได้รับผู้สมัครใจครบ 100% ปีหน้าจะยังคงมีผู้สมัครครบหรือไม่ ขอให้มั่นใจว่ากองทัพไทยในวันข้างหน้าจะทันสมัย สมัครใจ โปร่งใส มีศักดิ์ศรี
ที่ผ่านมามีเหตุการณ์บางกรณีที่เกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในกองทัพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ ทางรัฐบาลและกองทัพไม่ได้ปฏิเสธเราขอรับฟังทุกคำติติ่งอย่างตรงไปตรงมา และจะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่าจริงก็จะเร่งรัดแก้ไข
กองทัพมีบุคลากรประมาณ 200,000 คน ถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่เป็นธรรมดาที่จะมีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือเรามีระบบป้องกันและตรวจสอบที่ใช้งานได้จริง ยืนยันว่าใน ระดับนโยบายกองทัพจะไม่มีการปกปิดความผิด พร้อมจะทำความจริงให้ปรากฏ พร้อมไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ พร้อมรับฟังแม้ว่าจะเป็นคำติติงที่ฟังแล้วเจ็บปวด เพราะเป็นข้อมูลในการพิจารณาดำเนินการให้ดียิ่งขึ้น พล.อ.ณัฐพล กล่าว