ภูมิธรรม ถกด่วน สมช. ขออย่าใช้คำว่าปะทะ ยันเกิดเหตุแค่จุดเดียว
บวรวัฒน์ อีจัน
24 กรกฎาคม 2568

วันนี้ (24 ก.ค. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ว่า ได้รับรายงานเมื่อเวลา 08.00 น. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่ามีเสียงปืนเกิดขึ้น ขณะนี้เรากำลังเข้าไปดูในรายละเอียด ซึ่งตอนนี้ในพื้นที่กำลังทำงาน พอสถานการณ์ตอนนี้ต้องระมัดระวัง และรอบคอบ ต้องปฏิบัติตามหลักการกฎหมายระหว่างประเทศ ตนเองจะขออนุญาต ยังไม่อยากพูดอะไรที่มากไปกว่านี้ แล้วขอให้สื่อมวลชนทั้งหมดระมัดระวังเรื่องการนำเสนอข่าว เพราะอาจจะเกิดเหตุฉุกเฉินได้ตลอดเวลา และขณะนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. และผู้นำเหล่าทัพกำลังประชุมอยู่ ในช่วงเวลา 14.00 น. วันนี้ตนได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยตนจะนั่งเป็นประธานการประชุม

ส่วนการอพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้เขาทำหน้าที่อยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความว่าขณะนี้ไทยกำลังใช้อารมณ์ โดยระบุข้อความว่า “บริหารแบบใช้อารมณ์เช่นนี้ ไม่รู้ได้กี่น้ำ” เราจะทำการประท้วงหรือตอบโต้อย่างไรบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวรอรายละเอียดทั้งหมด ค่อยชี้แจง ตอนนี้เรากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คือการปกป้องอธิปไตยของเราอย่างเต็มที่ ส่วนที่กัมพูชาออกมาพูดเช่นนี้จะผิดหลักสากลหรือไม่นั้น ขอให้รอแถลงตอน 14.00 น.
ส่วนขณะนี้มีปะทะในจุดอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่มีจุดอื่น เมื่อช่วง 08.00 น. มีแค่จุดเดียว และยังไม่ใช่การปะทะกัน

ขณะที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม ที่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนไปเขียนเลอะเทอะ ในโซเชียลมีเดีย ว่าเมื่อประมาณช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 ว่าตนไปเซ็นสัญญา ให้ทางกัมพูชาขึ้นมาอยู่บริเวณบนปราสาทตาเมือนธม
“ต้องถือว่าเลอะเทอะ และเป็นการพูดที่ไม่เป็นประโยชน์ การปลุกปั่นแบบนี้ รังแต่จะเกิดปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง เรื่องของปราสาทตาเมือนธม เป็นการปฏิบัติการตามที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เป็นสิบ ๆ ปี ไม่เกี่ยวกับผมเลย และไม่เกี่ยวกับใครในปัจจุบันนี้ ขณะนี้ให้ปฏิบัติไปตามเดิมเท่านั้นเอง อย่าอาศัยตรงนี้ทำลายประเทศ ด้วยวิธีเอาข่าวเท็จมาปั่น”