นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษา หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เพื่อกำหนดท่าทีของพรรค หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวานนี้ ไม่สามารถเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้นัดหมายประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะรายชื่อแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ที่ถูกเสนอมี 3 คน เชื่อว่า ทุกคนมีความพร้อม ส่วนเสียง สว. ที่โหวตนายพิธา เมื่อวานนี้ชัดเจนมาก
ส่วนการตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยหลังจากนี้ จะมีพรรคก้าวไกล อยู่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพูดคุยของคณะเจรจา แต่ตอนนี้เรายังอยู่ภายใต้ MOU ของ 8 พรรค ที่ร่วมเจตนารมณ์กันมา ต้องให้เกียรติกัน แต่ในวันนี้ก็ยังไม่มีการพูดคุยกัน โดยเย็นวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้คณะเจรจา อาจจะมีการนัดหารืออีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าจะทำงานร่วมกันต่อไปอย่างไร
นายเศรษฐา กล่าวว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้เพียงครั้งเดียวนั้น จะถือเป็นบรรทัดฐานต่อไป ดังนั้นการจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไปจะต้องคิดให้ดี และจะต้องไม่มีเรื่องมาตรา 112 อยู่ในการแก้ไข หรือยกเลิก ซึ่งจะต้องมีการเจรจาให้เหมาะสม เพราะเป็นสาเหตุให้ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่น และ สว. ส่วน 8 พรรค จะยังคงร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลต่อไป หรือดึงพรรคอื่นเข้ามาร่วม ต้องให้เกียรติคณะเจรจาได้มีการพูดคุยกันก่อน
ทั้งนี้ ยอมรับว่า 250 เสียง ของ สว. มีส่วนสำคัญอย่างมาก แต่เชื่อว่าหากหลักการตกลงกันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง ก็จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. แต่ตอนนี้ยังไม่ควรข้ามขั้น เพราะทุกวันนี้เรายังผูกมัดอยู่กับ MOU ต้องให้เกียรติคณะเจรจา ขอให้ใจเย็นๆ ยังมีเวลาอีกหลายวัน แต่ไม่ว่ามติกรรมการบริหารพรรคจะออกมาเป็นอย่างไร ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม
