“นายกฯ อิ๊งค์” ตอกกลับปมหนีภาษี ยืนยันความโปร่งใส พร้อมแจงทุกประเด็น
บวรวัฒน์ อีจัน
24 มีนาคม 2568

จากกรณีวันนี้ (24 มี.ค. 68) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยตั้งคำถามการหนีภาษี โยนภาระให้กับประชาชน โดยเริ่มอภิปรายจากกรณีการโอนหุ้นหลังเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อ (18 ส.ค. 67) โอนหุ้นในบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด จำนวน 22,410,00 หุ้น มูลค่า 224.1 ล้านบาท ให้แก่มารดา และเมื่อ 5 ก.ย. 67 โอนหุ้นบริษัท ประไหมสุหรี พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 16,949,990 หุ้น มูลค่า 169.4 ล้านบาท ให้แก่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ (พี่สาว)

จนเมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบกลับถึงประเด็นดังกล่าว
เริ่มต้นประเด็นการหนีภาษี นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นความจริงเลย และเป็นเรื่องตรงข้าม ถึงแม้ดิฉันจะอายุน้อยกว่าท่าน แต่ฉันมั่นใจว่าฉันเสียภาษีให้รัฐ มากกว่าท่านแน่นอน
ในเรื่องบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายกฯ กล่าวว่า การแสดงความทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ปปช. นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ยื่นต่อ ปปช. ครบถ้วนตามขั้นตอนทุกอย่าง ในขณะนี้ได้ยื่นคำร้องของการตรวจสอบความถูกต้อง และเรื่องที่ถูกฟ้องต่าง ๆ อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ดิฉันยินดีและเต็มใจที่จะแสดงข้อมูลและหลักฐานทุกอย่าง ตามที่ ปปช. ต้องการ
ส่วนเรื่องธุรกรรมก่อนการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามที่สมาชิกกล่าวอ้าง นายกฯ กล่าวว่า ทรัพย์สิน กิจการครอบครัวและหนี้สินของครอบครัว ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น นับตั้งแต่การรัฐประหาร (19 ก.ย. 2549) โดยทุกธุรกรรมอยู่ในสายตามานานแล้ว นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่โดนตรวจสอบทั้งหมดนั้น ขอยืนยันว่าถูกต้องตามกฎหมาย ที่ดินทุกแปลงออกโฉนดโดยรัฐ ไม่มีการซื้อที่ดินที่ไม่มีโฉนด
ในส่วนการทำธุรกรรมหุ้น นายกฯ กล่าวว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ 2559 ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยมีความตั้งใจในการปรับโครงสร้าง โดยการซื้อขายตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note) เป็นหนังสือคำมั่นสัญญาที่จะใช้เงินแก่อีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งการซื้อขายแบบนี้ บางรายการไม่มีการเสียภาษี เนื่องจากยังไม่มีการชำระเงิน จึงไม่ทราบจำนวน ซึ่งการซื้อขายแบบนี้จึงเกิดภาระหนี้สินระหว่างผู้ซื้อ (นายกฯ) และผู้ขาย (ครอบครัว) ซึ่งการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติ
ส่วนกรณีที่อ้างว่า เรื่องนี้จะการเป็นแหล่งทุจริต (ออกตั๋วสัญญาใช้เงินขบวนการยาเสพติด) นายกฯ กล่าวว่า มองว่าอาจจะเป็นเรื่องจินตนาการมากไป การออกตั๋วสัญญาใช้เงินจะทำธุรกรรมที่ถูกกฎหมาย ดำเนินการได้โดยเปิดเผย ผู้ซื้อและผู้ขาย รับภาระหนี้สินระหว่างกัน ไม่มีการกระทำนอกกฎหมาย

ในเรื่องของการปรับโครงสร้างหุ้น จำเป็นต้องการใช้การซื้อขาย แต่เวลานั้น นายกฯ ไม่พร้อมที่จะชำระด้วยเงินสด จึงทำตั๋วสัญญาใช้หนี้ ซึ่งได้แสดงทรัพย์สินต่อ ปปช. แล้ว และได้มีการวางแผนที่จะชำระย้อนหลังภายในปีหน้า ซึ่งเมื่อเกิดการธุรกรรม ก็จะปรากฎหลักฐานชัด สามารถตรวจสอบได้ ไม่สามารถหลบการชำระภาษี
ในส่วนกรณี ที่ดินอัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ นายกฯ กล่าวว่า เกิดขึ้นมานานแล้ว ตอนที่ครอบครัวซื้อที่ดินแปลงนี้ ไม่เคยซื้อที่ดินที่ไม่ได้ออกโฉนดโดยหน่วยงานรัฐ เพราะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและต้องทำ และเมื่อมีคดีความได้ดำเนินการตามกระบวนการ กระทั่งดิฉันเป็นนายกฯ ไม่มีการแทรกแซงใด ๆ หรือสั่งหน่วยงานไหนให้ทำเรื่องนี้เป็นแบบนี้ ดิฉันอาจจะต้องอธิบายเพิ่มเติม ขอรับเรื่องนี้ไว้อธิบายให้เข้าใจเพิ่มขึ้นในอนาคต
ส่วนประเด็นที่ดินเขากระโดง กรณีพิพาทระหว่างกรมที่ดิน การรถไฟฯ และประชาชน นายกฯ กล่าวว่า ดิฉันในฐานะนายกฯ จะกำชับเรื่องนี้เป็นอย่างดี ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ทุกขั้นตอนจะต้องถูกดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดิฉันทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ที่เข้ากระบวนการตรวจสอบ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่อยากให้ใช้เรื่อง Sensitive เหล่านี้พูดให้เกิดความแตกแยกในสังคม เมื่อใครที่ผลงานเป็นประโยชน์ ควรได้รับการชื่นชม
ขณะที่ นายวิโรจน์ ตอบกลับประเด็นนายกฯ เสียภาษีมากกว่าทุก ๆ คน กล่าวว่า ท่านนายกฯ จะเสียภาษีมากกว่าใคร นั่นเป็นหน้าที่ของท่าน ผมมั่นใจว่าคนไทย 60 ล้านคน หรือมากกว่านั้น เสียภาษีน้อยกว่าท่านทั้งนั้นแหละครับ แต่กลับไปดูมาตรา 50 (9) (บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่เสีย หรือเสียไม่ถูกต้องครบถ้วน ย่อมจะมีการประเมินให้เสียให้ถูกต้องครบถ้วน) แต่ไม่ว่าประชาชนจะเสียมากหรือเสียน้อย ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ตราบใดที่เสียภาษีตามกฎหมายบัญญัติ ถือว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เสียภาษีมากแต่หาเทคนิคหลบเลี่ยง หนีภาษีต่างหากที่น่ารังเกียจ