ณัฐวุฒิ ฟาด อนุทิน คิดยุบสภา เท่ากับหนีการตรวจสอบ
บวรวัฒน์ อีจัน
21 พฤศจิกายน 2568

จากประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตามากที่สุด ณ ช่วงเวลานี้ หลังจาก (20 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวช่วงหนึ่งในงานสัมมนา “PRACHACHAT OUTLOOK THAILAND 2026 : ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” ว่า ท่านจะให้ยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค. 68 วันเปิดสภา ผมก็พร้อมยุบ ไม่ต้องรอถึง 31 ม.ค. 69 เพราะปีหน้าอย่างไรต้องเลือกตั้ง สภาพการเมืองที่มันดำรงมาจนถึงจุดนี้ ต้องยอมรับว่าไปไม่ได้แล้ว นั้น

(20 พ.ย. 68) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (แพทองธาร ชินวัตร) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์ถ้อยแถลงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศเรื่องคิดยุบสภาก่อนกำหนดบันทึกข้อตกลง (MOA) ซัด ยุบสภาไม่ยอมให้มีการอภิปราย คือเจตนาหนีตรวจสอบ ส่วนประเด็นอ้างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการจับตัวประกัน ฟาด ถ้าน้ำเงิน – ส้ม คุยกันรู้เรื่อง อภิปรายเพื่อไทยเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

โพสต์ระบุว่า
การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นบทบาทสำคัญของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล
พรรคภูมิใจไทยประกาศจะอภิปรายรัฐบาลพรรคเพื่อไทยตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เป็นฝ่ายค้าน แต่เสียง ส.ส.มีไม่พอ การจะยื่นอภิปรายรัฐบาลสีน้ำเงินที่ทำงานมา 2 เดือนกว่าจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ หัวใจสำคัญคือสาระ ข้อมูล หลักฐานที่จะนำมาอภิปราย ในขณะที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล ประชาชนก็จะตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านด้วย
การที่นายกฯ ประกาศจะยุบสภาไม่ยอมให้มีการอภิปราย คือเจตนาหนีการตรวจสอบ ข้ออ้างเรื่องแก้รัฐธรรมนูญคือการจับตัวประกัน ทั้งที่จนถึงขณะนี้มีเพียงเพื่อไทยพรรคเดียวที่พูดชัดเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคประชาชนยังมีท่าทีเหมือนอยากให้รัฐบาลไปต่อ บ้างก็พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญ บ้างก็บอกว่ารัฐบาลยังไม่ทำอะไรเสียหายร้ายแรง
ถ้าพรรคสีส้มไม่ร่วมอภิปรายถือเป็นสิทธิ์ จะยกมือไว้วางใจหรืองดออกเสียงย่อมทำได้ไม่มีกฎหมายห้าม ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและสภายังเดินหน้าต่อได้ เพราะลำพังเสียงพรรคเพื่อไทยพอจะยื่นอภิปรายแต่ไม่พอล้มรัฐบาลอยู่แล้ว
ถ้าสีน้ำเงินกับสีส้มคุยกันรู้เรื่อง ไว้วางใจกันและกัน การอภิปรายของเพื่อไทยก็สร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ส่วนข้อเสนอให้อภิปรายแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ถือเป็นอีกครั้งที่นายกฯพูดในเรื่องที่ไม่ควรพูด การทำหน้าที่ในสภาไม่ใช่ขายปลาขายไข่ที่จะต่อรองกันได้ ถ้าฝ่ายค้านบอกว่ามีข้อมูลจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐบาลบอกว่าเอาแค่ 152 ก็พอไม่ต้องลงมติแล้วฝ่ายค้านตกลง หมายความว่าฝ่ายบริหารกับฝ่ายตรวจสอบเกี้ยเซี้ยกันได้ แล้วประชาชนจะพึ่งใคร
เรื่องสำคัญที่สุดที่ไม่อภิปรายไม่ได้คือคำพูดนายกฯที่บอกว่ามีคนไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา เรื่องนี้ปล่อยไว้จะกลายเป็นหลักฐานในมือประเทศคู่กรณี เกิดมีข้อพิพาทคดีความเขาจะใช้อ้าง เหมือนที่เคยใช้ภาพถ่ายสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเมื่อครั้งเยือนปราสาทเขาพระวิหาร
ใครจะกล้ายืนยันว่าคำพูดนี้ไม่มีปัญหา ยืนยันว่าจะไม่ถูกนำไปใช้ในวันหน้า ?
ฝ่ายค้านต้องอภิปราย พูดให้ชัดว่าเราไม่ยอมรับคำพูดนายกฯหนูและไม่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่อีกต่อไป เพื่อสร้างหลักฐานหักล้างคำพูดดังกล่าวไว้ หากนิ่งเฉยจะถูกเหมารวมว่าทั้งคนไทยและรัฐสภาไทยยอมรับ
พรรคเพื่อไทยพูดชัดตั้งแต่ต้น ว่าเป็นฝ่ายค้านในระบบรัฐสภาไม่เป็นฝ่ายค้านใน MOA การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการทำหน้าที่
ถ้ารัฐบาลยุบสภาหนีการตรวจสอบ จะตอบประชาชนในสนามเลือกตั้งยังไง

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ