“อนุทิน” ยัน เลือกตั้ง69 พรรคภูมิใจไทย จะมีกลุ่ม “ศิลปอาชา-คุณปลื้ม” เข้ามาเสริมทัพ ถ้ามีการยุบสภา
แพทตี้ อีจัน
23 พฤศจิกายน 2568

ชัดเจนแล้วค่ะ! ว่า “พรรคชาติไทยพัฒนา” ยกทัพมารวมทีมกับ “ภูมิใจไทย”
จากกรณีนายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะย้ายไปอยู่กับภูมิใจไทยทั้งพรรค
วันนี้ (23 พ.ย.68) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 /2568 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยแกนนำพรรคทยอยเข้าพรรคอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ได้ขนลูกพรรค มาที่พรรคภูมิใจไทย เช่นกัน

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้นำทีมแถลหลังประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ระบุว่า…
วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้มีโอกาสต้อนรับผู้ที่จะมาร่วมการทำงานทางการเมืองด้วยกัน ในนามพรรคภูมิใจไทย ภายหลังการยุบสภาฯ และมีการเลือกตั้งครั้งหน้าปี 2569 ก็เป็นไปตามที่ผู้สื่อข่าวหลายท่านได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งวันนี้มีโอกาสได้มายืนยันอย่างเป็นทางการว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคภูมิใจไทยจะมีกลุ่มของทาง วราวุธ ศิลปอาชา พร้อมสมาชิกสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา และมีทางท่านสนธยา คุณปลื้ม ซึ่งจะมาทำการเมืองร่วมกันในนามพรรคภูมิใจไทย นี่คือหนึ่งในจังหวัดชลบุรีนะครับ
ส่วนจากจังหวัดระยองก็มีท่านปิยะ ปิตุเตชะ ที่จะมาทำการเมืองร่วมกันกับพรรคภูมิใจไทย แล้วก็มีมวลหมู่สมาชิกที่มาพร้อมกันในวันนี้ ซึ่งเราได้มีการหารือทำความเข้าใจถึงนโยบายและแนวทางในการดำเนินการทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ทุกท่านล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายจุดประสงค์และเจตนารมณ์เดียวกัน คือ ตั้งใจที่จะเข้ามาอาสาทำงานรับใช้ประเทศชาติ รับใช้พี่น้องประชาชนให้มีความเจริญก้าวหน้า ให้กับประเทศไทยให้มากที่สุด ด้วยประสบการณ์ด้วยศักยภาพและเครือข่ายต่างๆ ที่เรามีอยู่
ก็เป็นอันชัดเจนว่า เมื่อมีการยุบสภา ท่านทั้งหลาย ก็จะมาร่วมกันทำงานด้วยกันเพื่อรับใช้บ้านเมืองรับใช้พี่น้องประชาชนในนามพรรคภูมิใจไทย
ด้านนายวราวุธ กล่าวว่า ต้องขอย้ำถึงกระแสที่ว่าศิลปอาชาทิ้งชาติไทยพัฒนา วันนี้เดี๋ยวอีกสักครู่ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา จะมีการให้เปิดให้ถามที่พรรคว่า วันนี้ยังมีศิลปอาชาอยู่ แล้วก็ผู้หลักผู้ใหญ่ของชาติไทยพัฒนาก็ยังดำเนินกิจการของพรรคอยู่ไม่ได้หนีไปไหนครับ พรรคยังอยู่ครับ
พอยุบสภาแล้ว เราก็จะได้เห็นถึงความชัดเจน แต่ว่าการทำงานนั้นแน่นอนเรายังจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดนครปฐม ร้อยเอ็ด สุพรรณบุรี ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เวลาเกิดปัญหา อย่างเช่น ทุกวันนี้ทางนครปฐมและสุพรรณบุรีเกิดสถานการณ์น้ำท่วมหนัก ก็ทำให้การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนประเด็นพรรคเล็กอาจจะไปได้ยาก จึงย้ายเข้าพรรคใหญ่ นายวราวุธตอบว่า ก็ไม่ผิด จริงๆ แล้วในระบบการเมืองไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม การมีพรรคการเมืองเสียงส่วนมาก ก็จะทำให้เกิดพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นส่วนมาก ถ้าดูอย่างหลายๆ ประเทศก็จะมีพรรคหลักอยู่ประมาณ 2-3 พรรค ทำให้การทำงานมีความราบรื่นมากขึ้น
ผมคิดว่าพอถึงเวลาอย่างเช่นในขณะนี้ ถ้าหากได้มีโอกาสช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะเห็นถึงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าพอเกิดปัญหาหลายอย่างขึ้นมา หน่วยงานเดียวไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด แต่พอมีหลายหน่วยงานเข้ามาก็จะทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นการพูดคุยกับทุกคน ไม่ได้ตัดสินใจเพียงคนเดียว เป็นการเห็นพ้องต้องกันของสมาชิกในพรรค
พรรคชาติไทยพัฒนานั้น พ่อบรรหารเองก็รับไม้ต่อมาจากราชครู อย่างที่ผมนำเรียนไปว่าศิลปอาชาก็ยังอยู่คู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา และที่สำคัญการที่เรามีการตัดสินใจดำเนินการทางการเมืองแบบนี้ ก็ผมคิดว่าเป็นการรักษามรดกของตนเองด้วยนะครับ
ด้าน นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า “ผมก็มาจากตรงนั้นเหมือนกันครับ เราทุกคนก็มีที่มาจากตรงนั้นล่ะครับ”
“เอาน่ะ พี่แฮงค์กับพี่แป๊ะ ยังมาดีกันได้ เพราะน้องหนู ผมคิดว่าวันนี้ก็อาจจะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทยในช่วง 20-40 ปีที่ผ่านมา ทำการเมืองกันด้วยการแตกแยก คิดถึงตัวเองเป็นหลัก วันนี้เราสามารถเปลี่ยนบริบททางการเมืองใหม่คนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือพี่น้องประชาชน
อย่าลืมนะว่าผู้แทนราษฎรก็คือผู้แทนของประชาชน ถ้าผู้แทนราษฎรไม่ถูกกัน ทะเลาะกัน ก็เหมือนประชาชนแตกแยกกัน ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เราต้องการที่สุดวันนี้ก็คือการสมัครสมานสามัคคีการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” นายอนุทิน กล่าว